สรวงดีแล้ว บูชาชอบแล้ว เพราะทักขิณานั้นจัดเป็น
สังฆทาน มีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้รู้แจ้ง
โลก ทรงสรรเสริญ ชนเหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก
ระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้ กำจัดมลทิน คือความตระหนี่
พร้อมด้วยรากเหง้า ไม่มีใครติเตียนได้ ชนเหล่านั้น
ย่อมเข้าถึงฐานะอันเป็นสวรรค์.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺเมน คือ โดยเหตุ หรือโดยความถูกต้อง.
บทว่า ตยา เป็นตติยาวิภัตติลงในอรรถแห่งปัญจมีวิภัตติ.
บัดนี้ท้าวสักกะเมื่อจะทรงแสดงถึงเหตุที่กล่าวว่า ธมฺเมน ดังนี้นั้น
จึงตรัสว่า ยํ สงฺฆสฺมึ อปฺปเมยฺเย ปติฏฺาเปสิ ทกฺขิณํ การถวาย
สังฆทานไม่มีอะไรเปรียบได้. บทว่า อปฺปเมยฺเย ได้แก่ ไม่อาจคาด
คะเนด้วยคุณภาพ และผลวิเศษของการกบุคคลที่ถวายในท่านได้.
ท้าวสักกะเมื่อจะทรงแสดงว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับความนี้
เฉพาะพระพักตร์ และทรงกำหนดเฉพาะพระพักตร์ จึงตรัสคำมีอาทิว่า
ปุจฺฉิโต ฉันได้ทูลถามแล้ว ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ยชมานานํ คือ ให้อยู่. แสดงถึงการ
ลบนิคหิต ในบทว่า ปุญฺเปกฺขาน ปาณินํ ได้แก่ ของสัตว์ทั้งหลาย
ผู้หวังผลแห่งบุญ. บทว่า โอปธิกํ คือ ขันธ์ ๕ ชื่ออุปธิ ชื่อว่า โอปธิกะ
เพราะสร้างขันธ์ ๕ เป็นปกติ หรือขวนขวายให้เกิดขันธ์ ได้แก่ ให้เกิด
อัตภาพ คือให้วิบากอันเป็นไปในปฏิสนธิ.
บทว่า ชานํ กมฺมผลํ สกํ ได้แก่ รู้บุญและผลแห่งบุญของสัตว์