Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 397

เล่ม มมร. 48 หน้า 397 ข้อ 49
เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญ นั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่าง ที่น่ารักจึงเกิดขึ้นแก่ดีฉัน. ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก พระคุณเจ้า ครั้งเป็นมนุษย์ดีฉันได้กระทำบุญอันใดไว้ เพราะบุญอันนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. เทพธิดาได้พยากรณ์ด้วยคาถาเหล่านี้ ดังกล่าวมาฉะนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมเณ ได้แก่ ผู้สงบบาป. บทว่า สีลวนฺเต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยคุณคือศีล. บทว่า มนํ ปสาทยึ ความว่า ดีฉันทำจิตให้เลื่อมใสปรารภคุณของสมณะเหล่านั้นว่า พระคุณเจ้า เหล่านั้นดีหนอ เป็นธรรมจารี เป็นพรหมจารี ( เป็นผู้ประพฤติธรรม เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์). บทว่า วิตฺตา จหํ อญฺชลิกํ อกาสึ ความว่า ดีฉันยินดี เกิดโสมนัส ไหว้แล้ว. อธิบายว่า แม้เพียงลืมตาที่ แย้มบานด้วยความเลื่อมใส แลดูภิกษุทั้งหลายผู้น่ารัก ยังมีอุปการะมาก แก่สัตว์เหล่านี้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงการไหว้เล่า. ด้วยเหตุนั้น เทพธิดา จึงกล่าวว่า เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ ดังนี้เป็นต้น. คำที่ เหลือมีนัยดังกล่าวมาแล้วนั่นแล. จบอรรถกถาวันทนวิมาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka