เทพธิดานั้นตอบว่า
ในชาติก่อนดีฉันเกิดเป็นทาสีในบ้าน ชื่อคยา
ของพราหมณ์ มีบุญน้อยไม่มีวาสนา คนทั้งหลาย
เรียกชื่อดีฉันว่า รัชชุมาลา ดีฉันเศร้าเสียใจมาก
เพราะถูกขู่เข็ญของผู้ที่ด่าทอและตบตี จึงถือเอา
หม้อน้ำออกไป ทำเป็นเหมือนจะไปตักน้ำ ครั้นแล้ว
ได้วางหม้อน้ำไว้ข้างทาง เข้ารูปยังป่าชัฏด้วยคิดว่า
เราจักตายในป่านี้แหละ จะมีประโยชน์อะไรเล่า
ด้วยการเป็นอยู่ของเรา ดังนี้ แล้วจึงผูกเชือกเป็น
บ่วงให้แน่น แล้วเหวี่ยงไปยังต้นไม้ ทีนั้น ก็มองดู
ไปรอบทิศว่า จะมีใครไหมหนอ อาศัยอยู่ในป่าบ้าง
ในที่นั้นดีฉันได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นมุนีบำเพ็ญ
ประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ประทับนั่งที่โคนต้นไม้
ทรงเพ่งพินิจอยู่ มิได้ทรงมีภัยแต่ที่ไหน ๆ ความ
สังเวชใจทำให้เกิดขนพองสยองเกล้าอย่างไม่เคยมี
ได้มีแก่ดิฉันนั้นว่า ใครหนอแลมาอยู่ในป่านี้ เป็น
เทวดาหรือมนุษย์กันแน่ ใจของดีฉันเลื่อมใสแล้ว
เพราะได้เห็นพระองค์ผู้น่าเลื่อมใส ควรแก่ความ
เลื่อมใส เสด็จออกจากป่า ( คือกิเลส ) บรรลุถึง
นิพพานอันปราศจากป่าแล้ว ท่านผู้นี้มิใช่คนธรรมดา
สามัญเลย ท่านผู้นี้มีอินทรีย์อันคุ้มครองแล้ว ยินดี
ในฌาน มีใจไม่วอกแวกไปตามอารมณ์ภายนอก