Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 399

เล่ม มมร. 48 หน้า 399 ข้อ 50
เทพธิดานั้นตอบว่า ในชาติก่อนดีฉันเกิดเป็นทาสีในบ้าน ชื่อคยา ของพราหมณ์ มีบุญน้อยไม่มีวาสนา คนทั้งหลาย เรียกชื่อดีฉันว่า รัชชุมาลา ดีฉันเศร้าเสียใจมาก เพราะถูกขู่เข็ญของผู้ที่ด่าทอและตบตี จึงถือเอา หม้อน้ำออกไป ทำเป็นเหมือนจะไปตักน้ำ ครั้นแล้ว ได้วางหม้อน้ำไว้ข้างทาง เข้ารูปยังป่าชัฏด้วยคิดว่า เราจักตายในป่านี้แหละ จะมีประโยชน์อะไรเล่า ด้วยการเป็นอยู่ของเรา ดังนี้ แล้วจึงผูกเชือกเป็น บ่วงให้แน่น แล้วเหวี่ยงไปยังต้นไม้ ทีนั้น ก็มองดู ไปรอบทิศว่า จะมีใครไหมหนอ อาศัยอยู่ในป่าบ้าง ในที่นั้นดีฉันได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นมุนีบำเพ็ญ ประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ประทับนั่งที่โคนต้นไม้ ทรงเพ่งพินิจอยู่ มิได้ทรงมีภัยแต่ที่ไหน ๆ ความ สังเวชใจทำให้เกิดขนพองสยองเกล้าอย่างไม่เคยมี ได้มีแก่ดิฉันนั้นว่า ใครหนอแลมาอยู่ในป่านี้ เป็น เทวดาหรือมนุษย์กันแน่ ใจของดีฉันเลื่อมใสแล้ว เพราะได้เห็นพระองค์ผู้น่าเลื่อมใส ควรแก่ความ เลื่อมใส เสด็จออกจากป่า ( คือกิเลส ) บรรลุถึง นิพพานอันปราศจากป่าแล้ว ท่านผู้นี้มิใช่คนธรรมดา สามัญเลย ท่านผู้นี้มีอินทรีย์อันคุ้มครองแล้ว ยินดี ในฌาน มีใจไม่วอกแวกไปตามอารมณ์ภายนอก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka