Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 408

เล่ม มมร. 48 หน้า 408 ข้อ 50
เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ประทับนั่งที่โคนต้นไม้ ทรงเพ่ง พินิจอยู่ มิได้ทรงมีภัยแต่ที่ไหน ๆ ความสังเวชใจ ทำให้เกิดขนพองสยองเกล้าอย่างไม่เคยมีได้มีแก่ ดีฉันนั้นว่า ใครหนอแลมาอยู่ในป่านี้ เป็นเทวดาหรือ มนุษย์กันแน่ ใจของดีฉันเลื่อมใสแล้ว เพราะได้เห็น พระองค์ผู้น่าเลื่อมใส ควรแก่ความเลื่อมใส เสด็จ ออกจากป่า (คือกิเลส) บรรลุถึงนิพพานอันปราศจาก ป่าแล้ว ท่านผู้นี้มิใช่คนธรรมดาสามัญเลย ท่านผู้นี้ มีอินทรีย์อันคุ้มครองแล้ว ยินดีในฌาน มีใจไม่วอก แวกไปตามอารมณ์ภายนอก ทรงเกื้อกูลโลกทั้งมวล จักต้องเป็นพระพุทธเจ้าแน่ ท่านผู้นี้เป็นที่หวาดหวั่น ของเหล่าผู้มิจฉาทิฏฐิ หาผู้เข้าใกล้ได้ยาก ดุจดัง ราชสีห์อาศัยอยู่ในถ้ำ ท่านผู้นี้ยากที่จะได้เห็น เหมือนดอกมะเดื่อ พระตถาคตนั้นตรัสเรียกดีฉันด้วย พระดำรัสอันอ่อนหวาน นี่แน่ะรัชชุมาลา พระองค์ ท่านได้ตรัสกะดีกว่า เธอจงถึงตถาคตเป็นที่พึ่ง ดีฉัน ได้ฟังพระดำรัสอันปราศจากโทษ ประกอบด้วย ประโยชน์ เป็นวาจาสะอาดนิ่มนวล อ่อนโยนไพเราะ ที่จะบรรเทาความโศกทั้งปวงได้นั้นแล้ว พระตถาคต ผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่โลกทั้งปวง ทรงทราบว่า ดีฉันมีจิตอาจหาญดีแล้ว จึงทรงสั่งสอนดีฉันผู้เลื่อมใส มีใจใสสะอาดแล้ว พระองค์ได้ตรัสกะดีฉันว่า นี้ทุกข์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka