Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 439

เล่ม มมร. 48 หน้า 439 ข้อ 52
ใครจากเทวโลกไปสู่มนุษยโลก ถูกถามแล้ว พึงกล่าวคำของดีฉันอย่างนี้ว่า ขอท่านทั้งหลายจง ถวายทาน ผ้านุ่งห่ม ที่นอน ข้าว น้ำ ในสมณ- พราหมณ์ผู้วางอาชญาแล้ว ด้วยว่าคนตระหนี่ โกรธ เคือง มีบาปธรรม ย่อมไม่ได้ความเป็นสหายของ ผู้ขึ้นสวรรค์. ดีฉันนั้นไปจากที่นี้ ได้กำเนิดเป็นมนุษย์แล้ว จักเป็นผู้รู้ถ้อยคำของผู้ขอทานสมบูรณ์ด้วยศีล จัก กระทำกุศลให้มาก ด้วยทาน สมจริยา สัญญมะ และทมะแน่. ดีฉันจักปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น จักตัดทางเข้าไป ในที่ที่เดินไปลำบาก จักขุดบ่อ และตั้งน้ำดื่มไว้ ด้วยใจที่ผ่องใส. ดีฉันจักเข้าจำอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ตลอด ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ แห่งปักษ์ และตลอด ปาฏิหาริยปักษ์ สำรวมในศีลทุกเมื่อ และจักไม่ ประมาทในทาน ผลกรรมนี้ ดีฉันเห็นแล้วด้วย ตนเอง. ลำดับนั้น พวกนิรยบาลได้โยนนางเรวดีผู้กำลัง รำพันเพ้อดิ้นรนอยู่อย่างนั้น จากที่นั้นลงนรกที่น่า กลัว หัวลงดินตีนชี้ฟ้า ด้วยประการฉะนี้ นี้เป็นคำของพระสังคีติกาจารย์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka