Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 440

เล่ม มมร. 48 หน้า 440 ข้อ 52
นางเรวดีได้กล่าวคาถาสุดท้ายอีกว่า เมื่อก่อน ดีฉันได้เป็นคนตระหนี่ บริภาษ- สมณพราหมณ์ และหลอกลวงสามีด้วยเรื่องไม่จริง จึงหมกไหม้ในนรกที่น่ากลัว ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น คาถาว่า อหํ ปุเร มจฺฉรินี นี้ นางเรวดีผู้ บังเกิดในนรกกล่าว นอกนี้ พึงทราบว่านางยังไม่บังเกิดในนรกกล่าวไว้ คำที่เหลือ เข้าใจง่ายทั้งนั้นแล. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนางเรวดีถูกพวกยักษ์จับนำไป แด่พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับดังนั้นแล้ว ตรัสเรื่องนี้ ตั้งแต่ต้น ทรงแสดงพระธรรมโดยพิสดารยิ่งขึ้น จบเทศนา ชนเป็นอัน มากได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นต้น เรื่องนี้ เรียกว่า เรวตีวิมาน เพราะ โดยมากเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับนางเรวดีโดยแท้ แต่เพราะนางเรวดีไม่ใช่ เทวดาที่มีวิมาน ทั้งเรื่องนี้ก็ประกอบด้วยสมบัติมีวิมานของนันทิยเทพบุตร เป็นต้น ฉะนั้น พระสังคีติกาจารย์จึงยกขึ้นสู่สังคายนาไว้ในฝ่ายปุริสวิมาน นั้นแล บัณฑิตพึงทราบดังนี้. จบอรรถกถาเรวตีวิมาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka