นางเรวดีได้กล่าวคาถาสุดท้ายอีกว่า
เมื่อก่อน ดีฉันได้เป็นคนตระหนี่ บริภาษ-
สมณพราหมณ์ และหลอกลวงสามีด้วยเรื่องไม่จริง
จึงหมกไหม้ในนรกที่น่ากลัว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น คาถาว่า อหํ ปุเร มจฺฉรินี นี้ นางเรวดีผู้
บังเกิดในนรกกล่าว นอกนี้ พึงทราบว่านางยังไม่บังเกิดในนรกกล่าวไว้
คำที่เหลือ เข้าใจง่ายทั้งนั้นแล.
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนางเรวดีถูกพวกยักษ์จับนำไป แด่พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับดังนั้นแล้ว ตรัสเรื่องนี้
ตั้งแต่ต้น ทรงแสดงพระธรรมโดยพิสดารยิ่งขึ้น จบเทศนา ชนเป็นอัน
มากได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นต้น เรื่องนี้ เรียกว่า เรวตีวิมาน เพราะ
โดยมากเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับนางเรวดีโดยแท้ แต่เพราะนางเรวดีไม่ใช่
เทวดาที่มีวิมาน ทั้งเรื่องนี้ก็ประกอบด้วยสมบัติมีวิมานของนันทิยเทพบุตร
เป็นต้น ฉะนั้น พระสังคีติกาจารย์จึงยกขึ้นสู่สังคายนาไว้ในฝ่ายปุริสวิมาน
นั้นแล บัณฑิตพึงทราบดังนี้.
จบอรรถกถาเรวตีวิมาน