ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ถ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็น
ศาสดาของท่านยังดำรงพระชนม์อยู่ ถึงไกลหลาย
พันโยชน์ ข้าพเจ้าก็จะไปเฝ้าใกล้ ๆ แต่เพราะพระ-
ศาสดาของท่านเสด็จปรินิพพานเสียแล้ว ข้าพเจ้าก็
ขอถึงพระมหาวีระผู้เสด็จปรินิพพานแล้วเป็นสรณะ
ขอถึงพระพุทธเจ้า ทั้งพระธรรมอันยอดเยี่ยม ทั้ง
พระสงฆ์ ผู้เป็นสรณะของมนุษย์และเทวดา ว่าเป็น
สรณะ.
ข้าพเจ้าของดเว้นปาณาติบาตทันที ของดเว้น
อทินนาทานในโลก ไม่ดื่มน้ำเมา และไม่กล่าวเท็จ
เป็นผู้ยินดีด้วยภริยาของตน.
พระราชกุมารตั้งอยู่ในสรณะและศีลอย่างนี้แล้ว พระเถระก็ทูล
อย่างนี้ว่า ดูก่อนราชกุมาร ไม่มีประโยชน์ที่ท่านจะอยู่ป่าในที่นี้ ท่านจะมี
ชีวิตอยู่ไม่นาน ภายใน ๕ เดือนเท่านั้นท่านจักสิ้นพระชนม์ ฉะนั้น ท่าน
ควรไปยังสำนักพระราชบิดาของท่าน ทำบุญทั้งหลายมีให้ทานเป็นต้น พึง
เป็นผู้มีสวรรค์ เป็นที่ไปในเบื้องหน้า ดังนี้แล้ว แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
ในสำนักของตนให้ ราชกุมารนั้นเมื่อจะไป ตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
ข้าพเจ้าจักไปจากที่นี้ตามคำของท่าน แม้ท่านก็พึงไปในที่นั้น เพื่อ
อนุเคราะห์ข้าพเจ้า ทราบว่าพระเถระรับนิมนต์แล้ว ไหว้ ทำประทักษิณ
แล้วเสด็จไปนครของพระบิดาเข้าไปยังอุทยาน แจ้งให้กราบทูลพระราชา
ทรงทราบว่า ตนมาแล้ว.