ข้าพเจ้ามีนามว่าปายาสิ เมื่อครั้งรับราชการ
(เป็นเจ้าเมืองเสตัพยะ) แคว้นโกศล ข้าพเจ้าเป็น
นัตถิกทิฏฐิ ( มีความเห็นผิดว่าไม่มีบุญบาป) เป็น
คนตระหนี่ มีธรรมอันลามก มีปกติกล่าวว่าขาดสูญ
ได้มีสมณะ นามว่ากุมารกัสสปะ ผู้โอฬาร เป็น
พหูสูต กล่าวธรรมได้วิจิตร ท่านได้แสดงธรรมกถา
โปรดข้าพเจ้าในครั้งนั้น ได้บรรเทาทิฏฐิ ที่เป็นข้าศึก
ใจ (มิจฉาทิฏฐิ) ของข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าได้ฟัง
ธรรมกถาของท่านนั้นแล้ว ได้ปฏิญาณตนเป็นอุบาสก
งดเว้นจากปาณาติบาต เว้นขาดจากอทินนาทานใน
โลก ไม่ดื่มน้ำเมาและไม่กล่าวมุสา ยินดีด้วยภริยา
ของตน ข้อนั้นเป็นวัตรและเป็นพรหมจรรย์ของ
ข้าพเจ้า นี้เป็นวิบากแห่งบุญที่ข้าพเจ้าสั่งสมไว้ดีแล้ว
วิมานนี้ข้าพเจ้าได้มาด้วยบุญกรรมที่ไม่ใช่บาปเหล่า-
นั้นแหละ.
พวกพ่อค้าถามว่า
ได้ยินว่า คนทั้งหลายที่มีปัญญา พูดแต่คำจริง
คำของบัณฑิตทั้งหลาย จึงไม่แปรปรวนกลับกลาย
เป็นอย่างอื่น คนทำบุญจะไปในที่ใด ๆ ย่อมมีแต่
ของที่น่ารักน่าท่านใคร่ บันเทิงอยู่ในที่นั้น ๆ ความโศก
ความร่ำให้ การฆ่า การจองจำ และเหตุเกิดเรื่อง