Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 82

เล่ม มมร. 49 หน้า 82 ข้อ 93
ทั้งหลายมีความแตกไปเป็นธรรมดา ย่อมแตกไป ผู้รู้แจ้งในข้อนั้น จะมีความร่ำไรไปทำไม. บิดาของพระโพธิสัตว์ได้ฟังนั้นแล้ว จึงคิดว่า บุตรของเรา เป็นบัณฑิต ได้ทำกรรมนี้เพื่อให้เราเข้าใจ เมื่อจะสรรเสริญบุตร ว่า พ่อสุชาต เอ๋ย เราได้รู้แล้วว่า สัตว์ทั้งปวงมีความตายเป็น ธรรมดา ตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่เศร้าโศก ต้นมีปัญญาอันชื่อว่า สามารถขจัดความเศร้าโศกเสียได้ พึงเป็นเช่นกับเจ้านี่แหละ จึงได้กล่าว คาถาว่า :- เจ้าดับความกระวนกระวายทั้งปวงของเรา ผู้เร่าร้อนอยู่ให้หายเหมือนบุคคลเอาน้ำดับไฟ ที่ ราดด้วยน้ำมัน ได้ถอนขึ้นแล้วหนอ ซึ่งลูกศรคือ ความเศร้าโศก อันเสียบหทัยของบิดา บิดาผู้มี ลูกศรอันถอนได้แล้ว เป็นผู้เย็นสงบแล้ว ดูก่อน มาณพ ต่อไปนี้ บิดาจะไม่เศร้าโศก จะไม่ร้องไห้ เพราะฟังคำของเจ้า ชนเหล่าใดทีมีปัญญา มีความ อนุเคราะห์ต่อมารดาบิดา ชนเหล่านั้น ย่อมทำ อย่างนี้ ย่อมยังมารดาบิดาให้หายจากความเศร้า- โศก เหมือนพ่อสุชาตะทำให้บิดาหายเศร้าโศก ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาทิตฺตํ ได้แก่ อันไฟคือความ เศร้าโศกติดทั่วแล้ว คือลุกโพลงแล้ว. บทว่า สนฺตํ แปลว่า มีอยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka