บทว่า โอภาสยนฺติ ทส สพฺพโส ทิสา ความว่า เปล่งรัศมีสว่าง
ไสวไปทั่วทั้ง ๑๐ ทิศ โดยรอบ ด้วยรัศมีแห่งสรีระของตน และด้วย
รัศมีแห่งผ้าและเครื่องอาภรณ์เป็นต้น. บทว่า มุคฺครหตฺถปาณิโน
ได้แก่ ส่วนท่านทั้งหลายมีมือถือไม้ฆ้อน. ฝ่ามือนั่นแหละ แปลกออก
ไปกว่าศัพท์ว่า มือ เพราะได้โวหารว่าฝ่ามือ ในกิจที่จะพึงทำ
พื้นดินให้ละเอียดเป็นต้น. บทว่า ฉินฺนปภินฺนคติตา ได้แก่ มีตัว
เป็นแผลแตกพังในที่นั้น ๆ ด้วยการใช้ไม้ฆ้อนทุบ. บทว่า ปิวาถ
แปลว่า ขอท่านทั้งหลาย จงดื่มกินเถิด.
เปรตเหล่านั้น ถูกสามเณร ถามอย่างนั้น จึงได้กล่าวตอบ
เรื่องนั้นทั้งหมด ด้วย ๔ คาถาว่า :-
ผู้ใดขี่ช้างเผือกชาติกุญชร มี ๔ เท้า ไป
ข้างหน้า คนนั้นเป็นบุตรหัวปีของข้าพเจ้าทั้ง ๒
เมื่อเป็นมนุษย์ เขาได้ถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ จึง
ได้รับความสุข บันเทิงใจ ผู้ใดขี่รถเทียมด้วย
แม่ม้าอัสดร ๔ ม้า แล่นเรียบไปท่ามกลาง ผู้นั้น
เป็นบุตรคนกลาง ของข้าพเจ้าทั้ง ๒ เมื่อเขาเป็น
มนุษย์ เขาเป็นคนไม่ตระหนี่ เป็นทานบดีรุ่งเรือง
อยู่ นารีใดที่มีปัญญา มีดวงตากลมงดงาม รุ่งเรือง
ดุจตาเนื้อ ขึ้นวอมาข้างหลัง นารีนั้นเป็นธิดาคน
สุดท้าย ของข้าพเจ้าทั้ง ๒ นางมีความสุขเบิก
บานใจ เพราะส่วนแห่งทานกึ่งส่วน เมื่อก่อนเขา