Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 112

เล่ม มมร. 49 หน้า 112 ข้อ 96
ลำดับนั้น ท่านสังกิจจะสำแดงฤทธิ์โดยประการที่สามเณร นั้นจะได้พบเห็นพวกเหล่านั้น ผู้กำลังเดินไปทั้งหมดแล้วกล่าวกะ สามเณรว่า เห็นไหม ? พ่อสามเณร พวกเหล่านี้กำลังเดินไป. สามเณรเรียนว่า เห็นขอรับ. ท่านสังกิจจะกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น เธอจงสอบถามถึงกรรมที่พวกเหล่านี้ กระทำไว้เถิด. สามเณร สอบถามพวกที่ไปด้วยยานช้างเป็นต้น ตามลำดับ. คนเหล่านั้น กล่าวว่า ท่านจงสอบถามพวกเปรตที่มาภายหลังเถิด. สามเณร กล่าวกะเปรตเหล่านั้น ด้วยคาถาทั้งหลายว่า :- คนหนึ่งขี่ช้างเผือกไปข้างหน้า คนหนึ่ง ขี่รถเทียมด้วยแม่ม้าอัสดร ไปในท่ามกลาง นางสาวน้อยขึ้นวอไปข้างหลัง เปลงรัศมีสว่าง ไสวไปทั่วทั้ง ๑๐ ทิศ ส่วนท่านทั้งหลาย มือถือ ฆ้อนเดินร้องไห้ มีใบหน้าพุ่มไปด้วยน้ำตา มีตัว เป็นแผลแตกพัง ท่านเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำกรรม ชั่วอะไรไว้ ท่านทั้งหลายดื่มกินโลหิตของกัน และกัน เพราะกรรมอะไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุรโต ได้แก่ก่อนเขาทั้งหมด. บทว่า เสเตน แปลว่า ขาว. บทว่า ปเลติ แปลว่า เดินไป. บทว่า มชฺเฌ ปน ได้แก่ ในระหว่างเทพบุตรผู้ขึ้นช้าง และเทพธิดา ผู้ขึ้นวอ. มีวาจาประกอบความว่า บทว่า อสฺสตรีรเถน ความว่า ไปด้วยรถเทียมด้วยแม่ม้าอัสดร. บทว่า นียติ แปลว่า นำไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka