Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 229

เล่ม มมร. 49 หน้า 229 ข้อ 105
กระไร เปรตจึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าจักให้ทานเพื่อมารดาบิดา ปู่ ย่า ตา ยาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปิตูนํ ได้แก่ มารดาและบิดา หรือ อา และลุง. บทว่า ปิตามหานํ ได้แก่ ปู่ ย่า ตา ละยาย. บทว่า อุปกฺขฏํ ได้แก่ จัดแจง. บทว่า ปริวิสยนฺติ แปลว่าให้บริโภค. บทว่า อนฺธกวินฺทํ ได้แก่ นครอันมีชื่อย่างนั้น. บทว่า ภุตฺตุํ ได้แก่ เพื่อบริโภค. เบื้องหน้าแต่นั้น พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า :- พระราชาจึงตรัสสั่งเขาว่า ถ้าท่านไปได้ เสวยผลทานนั้น พึงรีบกลับมาบอก เหตุที่มีจริง แก่เรา เราฟังคำอันมีเหตุผล ควรเชื่อถือได้แล้ว จักทำการบูชาบ้าง จูฬเศรษฐีเปรตทูลรับพระ- ดำรัสแล้ว ได้ไปยังอันธกวินทนครนั้น แต่ไม่ได้ รับผลแห่งทานนั้น เพราะพราหมณ์ทั้งหลายที่ บริโภคภัตร เป็นผู้ไม่มีศีล ไม่สมควรแก่ทักษิณา ภายหลังจูฬเศรษฐีเปรต กลับมายังกรุงราชคฤห์ อีก ได้ไปแสดงกายให้ปรากฏ เฉพาะพระพักตร์ ของพระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน พระราชาทอดพระเนตรเห็นเปรตนั้น กลับมาอีก จึงตรัสถามว่า เราจะให้ทานอะไร ถ้าเหตุที่จะให้ ท่านอิ่มหนำตลอดกาลนานมีอยู่ไซร้ ขอท่านจง บอกเหตุนั้นแก่เรา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka