Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 228

เล่ม มมร. 49 หน้า 228 ข้อ 105
เหตุนี้ ท่านจึงกล่าวว่า อทาตา ผู้ไม่ให้. บทว่า เคธิตมโน อามิสสฺมึ ได้แก่ ผู้มีจิตข้องอยู่ คือ ถึงความติดอยู่ ในอามิสคือกาม. บทว่า ทุสฺสีเลน ยมวิสยมฺหิ ปตฺโต ความว่า ข้าพเจ้าได้ถึงวิสัยแห่งพญายม คือ เปตโลก ด้วยกรรมคือความเป็นผู้ทุศีลที่ตนได้ทำไว้. บทว่า โส สูจิกาย กิลมิโต ความว่า ข้าพเจ้านั้น ลำบาก เพราะความหิว อันได้นามว่า สูจิกา เพราะเป็นเสมือนเข็ม เพราะ อรรถว่า เสีย แทง เสียดแทงอยู่ไม่ขาดระยะ. อีกอย่างหนึ่ง บาลีว่า กิลมโถ ดังนี้ก็มี. บทว่า เตหิ ความว่า ด้วยบาปกรรม อันเป็น เหตุที่กล่าวแล้ว โดยนัยมีอาทิว่า ทีโน ดังนี้. จริงอยู่ เมื่อเปรตนั้น ระลึกถึงกรรมชั่วนั้น โทมนัสอย่างยิ่ง เกิดขึ้นแล้ว เพราะเหตุนั้น เปรตจึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า เตเนว ได้แก่ เพราะความทุกข์ อันเกิดแต่ความหิวนั้นนั่นเอง. บทว่า าตีสุ ยามิ ความว่า ข้าพเจ้า จึงไป คือ ไปถึงที่ใกล้ของหมู่ญาติ. บทว่า อานิสกิญฺจิกฺขเหตุ ได้แก่ เพราะเหตุแห่งข้าพระองค์ปรารถนาอามิส อธิบายว่า ปรารถนา อามิสบางอย่าง. บทว่า อทานสีลา น จ สทฺทหนฺติ ทานผลํ โหติ ปรมฺหิ โลเก ความว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้มีปกติไม่ให้ทานฉันใด แม้ คนเหล่าอื่นก็มีปกติไม่ให้ทานฉันนั้นเหมือนกัน และไม่เชื่อว่า ผล แห่งทาน จะมีในปรโลกอย่างแท้จริง, อธิบายว่า แม้พวกชนเหล่านั้น เป็นเปรตเสวยทุกข์อย่างใหญ่หลวงเหมือนข้าพเจ้า. บทว่า ลปเต แปลว่า ย่อมกล่าว. บทว่า อภิกฺขณํ แปลว่า เนือง ๆ คือโดยส่วนมาก. เพื่อจะหลีกเลี่ยงคำถามว่า เปรตกล่าวว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka