Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 330

เล่ม มมร. 49 หน้า 330 ข้อ 110
๑๓. อุพพรีเปติวัตถุ ว่าด้วยพระราชพระนามว่าพรหมทัตต์มี ๘๖,๐๐๐ องค์ [๑๑๐] พระเจ้าพรหมทัตผู้เป็นใหญ่ ได้เสวย ราชสมบัติในแคว้นปัญจาลราช เมื่อวันคืนล่วง ไป ๆ พระองค์ก็เสด็จสวรรคต พระนางเจ้า อุพพรีมเหสีเสด็จไปยังพระเมรุมาศ แล้วทรง กรรแสงอยู่ เมื่อพระนางไม่เห็นพระเจ้าพรหม- ทัต กรรแสงว่า พรหมหัต ๆ ก็ดาบสผู้เป็น มุนีสมบูรณ์ด้วยจรญาณ ได้มาที่พระนาง อุพพรีประทับอยู่นั้น ท่านได้ถามชนทั้งหลายที่มา ประชุมกันในที่นั้นว่า นี่เป็นเมรุมาศของใคร มี กลิ่นหอมต่าง ๆ ฟุ้งตลบไป หญิงนี้เป็นภรรยา ของใคร เมื่อไม่เห็นพระเจ้าพรหมทัตผู้เป็นใหญ่ ซึ่งเสด็จไปแล้วไกลจากโลกนี้ คร่ำครวญอยู่ว่า พรหมทัต ๆ ชนที่มาประชุมกันอยู่ในที่นั้น กล่าวตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ นี่เป็นพระเมรุมาศ ของพระเจ้าพรหมทัต ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ นี่ เป็นพระเมรุมาศของพระเจ้าพรหมทัต มีกลิ่น หอมฟุ้งตลบไป หญิงนี้เป็นพระมเหสีของท้าวเธอ เมื่อไม่เห็นพระเจ้าพรหมทัตพระราชสวามี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka