Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 339

เล่ม มมร. 49 หน้า 339 ข้อ 110
ของพระเจ้าพรหมทัตพระองค์นั้นนั่นเอง ขอความเจริญ จงมีแก่ ท่าน และจงมีแด่พระเจ้าพรหมทัตนั้น ประโยชน์สุขย่อมมีแด่พระ- มเหสีเช่นนั้น ผู้สถิตอยู่ในปรโลก ด้วยความคิดถึงเนืองนิตย์ถึงหิต ประโยชน์. ลำดับนั้น พระดาบสนั้น ครั้นสดับคำของคนเหล่านั้นแล้ว ด้วยอาศัยความอนุเคราะห์ จึงไปยังสำนักของพระนางอุพพรี เพื่อ จะบันเทาความเศร้าโศกของพระนางอุพพรี จึงได้กล่าวคาถาว่า :- พระราชาทรงพระนามว่า พรหมทัต ถูก เผาในป่าช้านี้ ๘๖,๐๐๐ พระองค์แล้ว บรรดา พระเจ้าพรหมทัตเหล่านั้น พระนางทรง กรรแสงถึงพระเจ้าพรหมทัตพระองค์ไหน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฉฬาสีติสหสฺสานิ ความว่า นับได้ ๘๖,๐๐๐ พระองค์ บทว่า พฺรหฺมทตฺตสฺสนามกา ได้แก่ มีชื่ออย่างนี้ว่า พรหมทัต. บทว่า เตสํ กมนุโสจสิ ความว่า พระนาง ทรงพระกรรแสงถึงพระเจ้าพรหมทัตพระองค์ไหน บรรดาพระเจ้า พรหมทัตที่นับได้ ๘๖,๐๐๐ พระองค์นั้น. ดาบสถามว่า พระนางเกิด ความเศร้าโศก เพราะอาศัยพระเจ้าพรหมทัต พระองค์ไหนกัน. ก็พระนางอุพพรี ถูกฤาษีนั้นถามแล้วอย่างนี้ เมื่อจะบอกถึง พระเจ้าพรหมทัตที่ตนประสงค์ จึงกล่าวคาถาว่า :- ข้าแต่ทานผู้เจริญ พระราชาพระองค์ใด เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าจูฬนี ทรงเป็นใหญ่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka