Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 357

เล่ม มมร. 49 หน้า 357 ข้อ 111
ของความทุกข์ เราจุติจากเปรตนี้แล้วจักไปเกิด ในตระกูลอันต่ำช้าเลวทราม คือ ตระกูลจักสาน ตระกูลช่างรถ ตระกูลนายพราน ตระกูลคน จัณฑาล ตระกูลคนกำพร้า ตระกูลช่างกัลบก นี่เป็นคติของความตระหนี่. ส่วนทายกทั้งหลาย ผู้ได้ทำกุศลไว้ในชาติก่อน ปราศจากความ ตระหนี่ ย่อมทำสวรรค์ให้บริบูรณ์ และย่อมทำ สวนนันทนวันให้สว่างไสว รื่นรมย์อยู่เวชยันต- ปราสาท สำเร็จความปรารถนาในสิ่งที่น่าใคร่ ครั้นจุติจากเทวโลกแล้ว ย่อมเกิดในตระกูลสูง มีโภคะมาก คือ ในตระกูลคนมีเรือนยอด และ ปราสาทราชมณเฑียร มีบัลลังก์ลาดด้วยผ้า โกเชาว์ มีเหล่าบุรุษและสตรีถือพัดอันประดับ ด้วยแววหางนกยูง คอยพัดอยู่. ในเวลาเป็นทารก ก็ทัดทรงดอกไม้ ตกแต่งร่างกาย หมู่ญาติ พี่เลี้ยง นางนมผลัดกันอุ้ม ไม่ต้องลงสู่พื้นดิน อันชน ผู้ปรารถนาความสุขเข้าไปบำรุงอยู่ทั้งเช้าและ เย็นตลอดชาติ. สวนใหญ่ของเทวดาเหล่าไตรทศ ชื่อว่านันทนวัน เป็นสถานที่ไม่เศร้าโศก น่า รื่นรมย์นี้ ย่อมไม่มีแก่ชนผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ ความ สุขในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมมีเฉพาะแต่คนผู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka