Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 403

เล่ม มมร. 49 หน้า 403 ข้อ 115
ประชุมกันแล้วว่า เด็กคนนี้ไม่มีใครรู้จัก บัดนี้ถูกทอดทิ้งไว้ใน ป่าช้า ไร้ที่พึ่งก็จริง ถึงอย่างนั้น เด็กนั้นก็จักได้รับสมบัติอัน โอฬาร ในอนาคต ปัจจุบัน และอภิสัมปรายภพแล้ว ถูกพวกมนุษย์ เหล่านั้น ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในชาติปางก่อน เด็กคนนี้ ทำกรรมอะไรไว้ ดังนี้จึงทรงประกาศ กรรมที่เด็กกระทำไว้ และ สมบัติที่เด็กพึงได้รับในอนาคต โดยนัยเป็นต้นว่า :- หมู่ชนได้กระทำการบูชาอย่างโอฬาร แก่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แต่ จิตของเด็กนั้นกลับกลายเป็นอย่างอื่น จึงได้กล่าว วาจาหยาบคาย มิใช่ของสัตบุรุษดังนี้แล้ว จึงแสดงธรรมอันเหมาะสมแก่อัธยาศัยของบริษัทที่พากันมา ประชุมแล้ว จึงได้ตรัสพระธรรมเทศนาที่พระองค์ทรงยกขึ้นแสดง ด้วยพระองค์เองในเบื้องบน. ในเวลาจบสัจจะ สัตว์ ๘๔,๐๐๐ ได้ ตรัสรู้ธรรม. ก็กฏุมพีคนหนึ่ง ผู้มีทรัพย์ ๘๐ โกฏิ ได้รับเด็กนั้น ต่อพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า เป็นบุตรของเรา. พระผู้มี- พระภาคเจ้า ทรงพระดำริว่า เด็กนี้ อันบุญกรรมมีประมาณเท่านี้ รักษาไว้แล้ว และมหาชนพากันกระทำการอนุเคราะห์ ดังนี้แล้ว จึง เสด็จไปยังพระวิหาร. สมัยต่อมา เมื่อกฏุมพีนั้น ทำกาละแล้ว เธอก็ปกครองทรัพย์ ที่กฏุมพีนั้นมอบให้เก็บรวมทรัพย์ไว้ ได้เป็นคฤหบดี มีสมบัติ มากในพระนครนั้นเอง ได้เป็นผู้ยินดีในการให้ทานเป็นต้น. ภายหลัง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka