ประชุมกันแล้วว่า เด็กคนนี้ไม่มีใครรู้จัก บัดนี้ถูกทอดทิ้งไว้ใน
ป่าช้า ไร้ที่พึ่งก็จริง ถึงอย่างนั้น เด็กนั้นก็จักได้รับสมบัติอัน
โอฬาร ในอนาคต ปัจจุบัน และอภิสัมปรายภพแล้ว ถูกพวกมนุษย์
เหล่านั้น ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในชาติปางก่อน เด็กคนนี้
ทำกรรมอะไรไว้ ดังนี้จึงทรงประกาศ กรรมที่เด็กกระทำไว้ และ
สมบัติที่เด็กพึงได้รับในอนาคต โดยนัยเป็นต้นว่า :-
หมู่ชนได้กระทำการบูชาอย่างโอฬาร
แก่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แต่
จิตของเด็กนั้นกลับกลายเป็นอย่างอื่น จึงได้กล่าว
วาจาหยาบคาย มิใช่ของสัตบุรุษดังนี้แล้ว
จึงแสดงธรรมอันเหมาะสมแก่อัธยาศัยของบริษัทที่พากันมา
ประชุมแล้ว จึงได้ตรัสพระธรรมเทศนาที่พระองค์ทรงยกขึ้นแสดง
ด้วยพระองค์เองในเบื้องบน. ในเวลาจบสัจจะ สัตว์ ๘๔,๐๐๐ ได้
ตรัสรู้ธรรม. ก็กฏุมพีคนหนึ่ง ผู้มีทรัพย์ ๘๐ โกฏิ ได้รับเด็กนั้น
ต่อพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า เป็นบุตรของเรา. พระผู้มี-
พระภาคเจ้า ทรงพระดำริว่า เด็กนี้ อันบุญกรรมมีประมาณเท่านี้
รักษาไว้แล้ว และมหาชนพากันกระทำการอนุเคราะห์ ดังนี้แล้ว จึง
เสด็จไปยังพระวิหาร.
สมัยต่อมา เมื่อกฏุมพีนั้น ทำกาละแล้ว เธอก็ปกครองทรัพย์
ที่กฏุมพีนั้นมอบให้เก็บรวมทรัพย์ไว้ ได้เป็นคฤหบดี มีสมบัติ
มากในพระนครนั้นเอง ได้เป็นผู้ยินดีในการให้ทานเป็นต้น. ภายหลัง