Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 488

เล่ม มมร. 49 หน้า 488 ข้อ 121
ว่าเราว่าเขา. บทว่า อวงฺโ ก ได้แก่ ผู้ปราศจากการคด มีคดกาย เป็นต้น. บทว่า นิรูปธี แปลว่า ผู้ละอุปธิมีกิเลสเครื่องปรุงแต่ง เป็นต้น. บทว่า สพฺพปปญฺจขีโณ แปลว่า ผู้สิ้นธรรมเครื่องเนิ่นช้า มีตัณหาเป็นต้น. บทว่า ชุติมา ได้แก่รุ่งเรืองด้วยญาณอัน ยอดเยี่ยม. บทว่า อปฺปญฺาโต ได้แก่ ชื่อว่าผู้ไม่ปรากฏเพราะ เป็นผู้มักน้อยอย่างยิ่ง และเพราะเป็นผู้ปกปิดคุณ. บทว่า ทิสฺวาปิ น จ สุชาโน ความว่า แม้เห็นโดยความ ลึกซึ้ง ก็ไม่เข้าใจได้ดีว่า มีศีลอย่างนี้ มีธรรมอย่างนี้ มีปัญญา อย่างนี้. บทว่า ชานนฺติ ตํ ยกฺขภูตา อเนชํ ความว่า ก็ท่านผู้ ประเสริฐ ย่อมรู้จักท่านผู้หนักแน่น คือผู้ปราศจากตัณหาว่า เป็นพระอรหันต์. บทว่า กลฺยาณธมฺมํ ได้แก่ ผู้มีคุณมีศีลดีงาม เป็นต้น. บทว่า ตสฺส โยคว่า แก่ท่านพระกัปปิตกมหาเถระนั้น. บทว่า เอกยุคํ ได้แก่ คู่ผ้าคู่หนึ่ง. บทว่า ทุเว วา ได้แก่ หรือว่า คู่ผ้าสองคู่. บทว่า มมุทฺทิสิตฺวาน ได้แก่ อุทิศข้าพระองค์. บทว่า ปฏิคฺคหีตานิ จ ตานิ อสฺสุ ความว่า และคู่ผ้าเหล่านั้นพึงเป็นของ อันพระเถระนั้นรับแล้ว. บทว่า สนฺนทฺธทุสฺสํ ได้แก่ ผู้ทำการ นุ่งห่มผ้า อธิบายว่า ได้ผ้าแล้ว คือนุ่งห่มผ้าแล้ว. ลำดับนั้น พระราชาจึงตรัสถามถึงที่อยู่ของพระเถระว่า :- บัดนี้ พระสมณะนั้นอยู่ประเทศไหน เรา จักไปพบท่านได้ที่ไหน ใครจักพึงแก้ไขความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka