Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 561

เล่ม มมร. 49 หน้า 561 ข้อ 128
ได้ยินว่า ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งไม่ไกลแต่กรุงสาวัตถีนัก ยังมีกฏุมพีผู้หนึ่ง สร้างวิหาร อุทิศถวายภิกษุผู้เป็นชีต้นของตน, ภิกษุทั้งหลาย มาจากชนบทต่าง ๆ อยู่อาศัยในวิหารหลังนั้น. มนุษย์ทั้งหลายเห็นภิกษุเหล่านั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใส อุปัฏฐากด้วย ปัจจัยอันประณีต. ภิกษุชีต้น อดทนปัจจัยนั้นไม่ได้ เป็นผู้ถูกความ ริษยา ครอบงำ เมื่อจะกล่าวโทษของภิกษุเหล่านั้น จึงยกโทษกะ กฏุมพี. กฏุมพี ข่มขี่บริภาษภิกษุเหล่านั้น และภิกษุเป็นชีต้น. ลำดับนั้น ภิกษุผู้เป็นชีต้น ทำกาละแล้ว บังเกิดเป็นเปรตในเวจจกุฏี ในวัดนั่นเอง. ฝ่ายกฏุมพี ทำกาละแล้ว บังเกิดเป็นเปรตอยู่ข้างบน ของพระเปรตนั้นนั่นแล. ลำดับนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ พอเห็นเปรตนั้นแล้ว เมื่อจะถามจึงกล่าวคาถาว่า :- ท่านเป็นใครหนอ โผล่ขึ้นจากหลุมคูถ ให้เราเป็นเช่นนี้ ท่านร้องครวญครางอื้ออึงไป ทำไมเล่า ท่านมีการงานอันลามก โดยไม่ต้อง สงสัย. เปรตได้ดังดังนั้นแล้ว จึงแสดงตนด้วยคาถาว่า :- ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นเปรตเสวย ทุกข์ เกิดในยมโลก เพราะได้ทำกรรมอันลามก ไว้ จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก. ลำดับนั้นพระเถระจึงถามกรรมที่เปรตนั้นกระทำกะเปรต นั้น ด้วยคาถาว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka