Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 578

เล่ม มมร. 49 หน้า 578 ข้อ 132
พวกพ่อค้ากลับมาถึงเมืองสาวัตถีแล้ว ได้บอกแก่ธิดาของ เปรตนั้น แล้วได้ให้ทรัพย์ส่วนที่เปรตนั้นให้แก่ตนแก่เทพธิดานั้น นางได้ให้กหาปณะร้อยกหาปณะแก่เจ้าหนี้แล้วให้ทรัพย์ที่เหลือ แก่สหายของบิดา ส่วนตนรับทำการใช้สอยกฏุมพีนั้นอยู่ กฏุมพีนั้น กลับคืนทรัพย์นั้นให้แก่นาง แล้วยกนางให้เป็นภรรยาของบุตรชาย คนหัวปี ต่อมาภายหลัง นางมีบุตรคนหนึ่ง ได้กล่าวคาถาเป็นเชิง กล่อมบุตรว่า :- ขอท่านทั้งหลาย จงดูผลแห่งทานที่จะพึง เห็นเอง และผลของความข่มใจ ความสำรวม เราเป็นทาสีอยู่ในตระกูลของลูกเจ้า บัดนี้ มาเป็น ลูกสะใภ้เป็นใหญ่ในเรือน. ภายหลัง พระศาสดาทรงเห็นนางมีญาณแก่กล้าจึงทรงแผ่ พระรัศมีไปแสดงพระองค์ให้ปรากฏ ดุจประทับอยู่เฉพาะหน้า แล้วได้ตรัสพระคาถานี้ความว่า :- ความประมาท ย่อมครอบงำบุคคลผู้ติด อยู่ในความยินดียินร้าย ในความรักความชังใน ทุกข์และสุข. จบ อัมพวนเปตวัตถุที่ ๑๒
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka