Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 589

เล่ม มมร. 49 หน้า 589 ข้อ 134
พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้ โดยชอบ ธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่น ๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้น แต่พวกเรา กลับมีส่วนแห่งทุกข์. มนุษย์ทั้งหลาย ฟังเสียงนั้นแล้ว กลัวสะดุ้งตกใจ เมื่อราตรี สว่าง ตระเตรียมมหาทาน เพื่อภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน นิมนต์พระศาสดา และภิกษุสงฆ์ อังคาส ด้วยขาทนียะและโภชนียะ อันประณีต เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เสวยพระกระยาหาร เสร็จแล้ว นำพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว จึงกราบทูลให้ทรงทราบ ถึงเรื่องนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสว่า อุบาสกและอุบาสิกา ทั้งหลาย เสียงนั้นไม่มีอันตรายอะไร ๆ แก่ท่านทั้งหลาย ส่วนเปรต ทั้ง ๔ ตนนั้น ถูกความทุกข์ครอบงำ กล่าวถึงกรรมที่ตนทำชั่ว ร้องไห้เสียงร่ำไร พลางกล่าวคาถานี้ว่า :- พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้ โดยชอบ ธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง คนอื่น ๆ พากัน ใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้น แต่พวกเรากลับเป็น ผู้มีส่วนแห่งทุกข์. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โภเค ได้แก่ อุปกรณ์พิเศษแห่ง ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ มีผ้าและอาภรณ์เป็นต้น อันได้ชื่อว่า โภคะ เพราะอรรถว่าเป็นบุคคลพึงใช้สอย. บทว่า สํหริมฺหา ความว่า ผู้มีจิตอันมลทินคือความตระหนี่ครอบงำ รวบรวมไว้ ไม่ให้อะไร ๆ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka