พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลาย ผู้คงที่ ผู้แสวงหาคุณ
อันยิ่งใหญ่ รวบรวมคาถาเหล่านั้นไว้ ในคัมภีร์
ขุททกนิกาย โดยเรียกชื่อว่า เถรคาถา และ เถรคาถา.
อันที่จริงการแต่งอรรถกถา พรรณนาความลำดับบทที่
มีอรรถอันลึกซึ้ง ที่ข้าพเจ้าทำ มิใช่ของที่ทำได้ง่ายเลย
เพราะเป็นอรรถที่จะพึงหยั่งถึงได้ ก็ด้วยคัมภีรญาณ
แต่เพราะอรรถกถาจะช่วยทรงศาสนาของพระศาสดา
ไว้ได้ ทั้งวินิจฉัยของบรรดาบุรพาจารย์ ผู้เปรียบปาน
ด้วยราชสีห์ ก็จะยังคงดำรงอยู่ด้วย ฉะนั้น ข้าพเจ้า
จึงจักขอแต่งอรรถกถา "เถรคาถา" และ "เถรีคาถา"
เต็มกำลังความสามารถ โดยจะยึดวินิจฉัยของบรรดา
บุรพาจารย์นั้นเป็นหลัก ถือนิกาย ๕ เป็นเกณฑ์ อิง
อาศัยนัยจากโบราณอรรถกถา แม้จะเป็นเพียงคำบอก
กล่าว ที่ได้อาศัยอ้างอิงกันมา แต่บริสุทธิ์ก็ถูกต้อง
ไม่คลาดเคลื่อน เป็นการวินิจฉัยที่ละเอียด ของบรรดา
บุรพาจารย์คณะมหาวิหาร และข้อความของคาถา
เหล่าใด เว้นอนุปุพพิกถาเสียแล้วรู้ได้ยาก ข้าพเจ้า
จะนำอนุปุพพิกถานั้น ของคาถาเหล่านั้น มาแสดงให้
แจ่มแจ้ง ทั้งจะแสดงข้อวินิจฉัยอีกด้วย.
สาธุชนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายได้โปรด
ตั้งใจสดับ การพรรณนาความแห่งอรรถกถา เถรคาถา
และเถรีคาถานั้น ซึ่งจะจำแนกต่อไป ของข้าพเจ้าผู้
หวังให้พระสัทธรรมดำรงมั่นอยู่ได้นาน ต่อไปเทอญ.