Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 57

เล่ม มมร. 50 หน้า 57 ข้อ 139
ผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา แสวงหา ประโยชน์ให้สรรพสัตว์ ทรงยังเดียรถีย์ที่มาเฝ้า ให้ ดำรงอยู่ในเบญจศีลได้ทุกคน เมื่อเป็นเช่นนี้ พระ- ศาสนาจึงไม่มีความอากูล ว่างสูญจากเดียรถีย์ วิจิตร ด้วยพระอรหันต์ผู้คงที่ มีความชำนิชำนาญ พระมหา มุนีพระองค์นั้น สูงประมาณ ๕๘ ศอก มีพระฉวีวรรณ งดงาม คล้ายทองคำล้ำค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ครั้งนั้น อายุของสัตว์ยืนประมาณแสนปี พระชินสีห์พระองค์นั้น เมื่อดำรงพระชนม์อยู่โดยกาล ประมาณเท่านั้น ได้ทรงยังประชาชนเป็นอันมาก ให้ ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้ ครั้งนั้นเราเป็นพราหมณ์ ผู้เรียนจบไตรเพท ในพระนครหงสาวดี ได้เข้า ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้เลิศกว่าโลกทั้งปวง แล้วสดับ พระธรรมเทศนา ครั้งนั้นพระธีระเจ้าพระองค์นั้น ทรงตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ฉลาดในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณในตำแหน่งเอตทัคคะ เรา ได้ฟังดังนั้นแล้วก็ชอบใจ จึงได้นิมนต์พระชินวรเจ้า พร้อมด้วยพระสาวกให้เสวยและฉัน ถึง ๗ วัน ใน กาลนั้น เรายังพระพุทธเจ้าผู้เปรียบด้วยสาคร พร้อม ทั้งพระสาวกให้ครองผ้า แล้วหมอบลงแทบบาทมูล ปรารถนาฐานันดรนั้น ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าผู้เลิศ ว่าโลก ได้ตรัสว่า จงดูพราหมณ์ผู้สูงสุด ที่หมอบอยู่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka