ของเราผู้กล่าวอยู่ บรรเทาทิฏฐิของตนแล้ว ยังจิตให้
เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เปรียบเหมือนเรา แม้ฟัง
โดยย่อก็แสดงได้โดยพิสดารฉะนั้น เราเป็นผู้ฉลาด
ในนับแห่งพระอภิธรรม เป็นผู้ฉลาดในความหมดจด
แห่งกถาวัตถุ ยังปวงชนให้รู้แจ้งแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ
อยู่ ในกัปที่ ๕๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ มีพระเจ้าจักรพรรดิ
๔ พระองค์ ผู้ปรากฏด้วยดี ทรงสมบูรณ์ด้วยรัตนะ
๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔. คุณพิเศษเหล่านี้
คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ก็กุลบุตรผู้บวชในสำนักของพระปุณณเถระนั้น ได้มีประมาณ ๕๐๐
รูป. พระเถระ สั่งสอนภิกษุแม้ทั้ง ๕๐๐ รูปเหล่านั้น ด้วยกถาวัตถุ ๑๐
เพราะตัวท่านเองเป็นผู้ได้กถาวัตถุ ๑๐. ภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูปเหล่านั้น ตั้งอยู่ใน
โอวาทของท่านแล้ว บรรลุพระอรหัต. ภิกษุเหล่านั้น รู้ว่ากิจแห่งบรรพชิต
ของตน ถึงที่สุดแล้ว จึงพากันไปหาพระอุปัชฌาย์ กล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
กิจของกระผมทั้งหลาย ถึงที่สุดแล้ว ทั้งยังได้กถาวัตถุ ๑๐ อีกด้วย บัดนี้
เป็นโอกาสที่พวกกระผมจะเข้าเฝ้า พระทศพล.
พระเถระฟังคำของภิกษุเหล่านั้นและคิดว่า พระศาสดา ทรงทราบ
ข้อที่เราเป็นผู้ได้กถาวัตถุ ๑๐ เราเมื่อแสดงธรรม ก็แสดงไม่ละทิ้งกถาวัตถุ ๑๐
เลย เมื่อเราไป ภิกษุเหล่านี้แม้ทั้งหมด จักห้อมล้อมเราไป การเข้าไปเฝ้า
พระทศพล โดยระคนด้วยหมู่คณะอย่างนี้ ไม่สมควรแก่เราเลย ภิกษุเหล่านี้
จงไปเฝ้าก่อนเถิด ดังนี้ กล่าวกะภิกษุเหล่านั้นว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย