พระศาสดาทรงแสดงธรรม แก่พระเถระ. พระเถระฟังธรรมแล้ว
ถวายบังคมพระทศพล ไปสู่ป่าอันธวัน เพื่อหลีกเร้น แล้วนั่งพักกลางวันอยู่ที่
โคนต้นไม้ ต้นใดต้นหนึ่ง.
แม้พระสารีบุตรเถระ ทราบการมาของพระปุณณเถระ ไปจากสถานที่
ซึ่งเคยมองดูอยู่เป็นประจำ สบโอกาสแล้วจึงเข้าไปหาพระปุณณเถระ ผู้นั่งอยู่
ณ โคนต้นไม้ สังสนทนากับพระเถระแล้ว จึงสอบถามถึงวิสุทธิกถา ๗ กะท่าน.
แม้พระเถระ ก็พยากรณ์ปัญหาที่พระสารีบุตรนั้นถามแล้ว ๆ ยังจิต
ของพระสารีบุตรให้ยินดีด้วยข้ออุปมาด้วยสถานที่ซึ่งจะนำไปถึงได้ด้วยรถ. ท่าน
ทั้งสองนั้น ต่างฝ่ายต่างชื่นชมภาษิตของกันและกัน.
ครั้นในเวลาต่อมา พระศาสดาประทับ ณ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ทรงตั้ง
พระเถระไว้ในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้เลิศ กว่าบรรดาภิกษุผู้เป็นพระธรรมกถึก
ทั้งหลาย ด้วยพระพุทธดำรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระปุณณะเลิศกว่า
พวกภิกษุสาวกของเรา ผู้กล่าวธรรม ดังนี้.
ในวันหนึ่ง ท่านพิจารณาถึงวิมุตติสมบัติ ของตนเกิดปีติและโสมนัส
ว่า เราและสัตว์เหล่าอื่นเป็นอันมาก อาศัยพระบรมศาสดา หลุดพ้นจาก
สังสารทุกข์แล้ว การคบหาท่านผู้เป็นสัตบุรุษ มีอุปการะมากหนอ ดังนี้
กล่าวคาถาที่ระบายกำลังของปีติออกไป ด้วยสามารถแห่งอุทานว่า
บุคคลควรสมาคมกับสัตบุรุษ ผู้เป็นบัณฑิต
แจงประโยชน์เท่านั้น เพราะธีรชนทั้งหลาย เป็นผู้
ไม่ประมาท เห็นประจักษ์ด้วยปัญญา ย่อมได้บรรลุ
ถึงประโยชน์อย่างใหญ่ ประโยชน์อย่างลึกซึ้ง เห็น-
ได้ยาก ละเอียด สุขุม ดังนี้.