Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 83

เล่ม มมร. 50 หน้า 83 ข้อ 142
จัดแจงเสนาสนะแล้วจึงกลับยังที่อยู่ของตน นี้เป็นความสังเขปในเรื่องนี้. แต่ โดยพิสดาร เรื่องนี้ จะมีมาในพระบาลีเท่านั้น พระบรมศาสดา ทรงกระทำ เหตุนี้แหละ ให้เป็นอัตถุปบัติ (เหตุเกิดแห่งเรื่อง) ในเวลาต่อมา เสด็จ ประทับนั่ง ท่ามกลางหมู่พระอริยสงฆ์ แต่งตั้งพระเถระไว้ในตำแหน่งแห่ง ภิกษุผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้จัดแจงเสนาสนะ ด้วยพระพุทธดำรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย พระทัพพมัลลบุตรเลิศกว่าพวกภิกษุสาวกของเรา ผู้จัดแจงเสนาสนะ. สมดังคาถาประพันธ์ ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า พระพิชิตมาร พระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงรู้ แจ้งโลกทั้งหมด เป็นมุนี มีพระจักษุ ได้เสด็จอุบัติ ขึ้นในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระองค์ตรัสสอน ทำให้สัตว์รู้ชัด ยังสรรพสัตว์ให้ข้ามวัฏสงสาร ทรง- ฉลาดในเทศนา เป็นผู้เบิกบาน ทรงยังสรรพสัตว์ให้ ข้ามพ้น (สงสาร) พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ ทรง ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงแสวงหาประโยชน์แก่ สรรพสัตว์ ยังเดียรถีย์ที่มาเฝ้าทุกคนให้ดำรงอยู่ใน เบญจศีล เมื่อเป็นเช่นนี้พระศาสนาจึงหมดความอากูล ว่างจากพวกเดียรถีย์และวิจิตรด้วยพระอรหันต์ ผู้คงที่มี ความชำนิชำนาญ พระมหามุนีพระองค์นั้นสูง ๕๘ ศอก มีพระฉวีวรรณงามคล้ายทองคำอันล้ำค่า มีพระลักษณะ อันประเสริฐ ๓๒ ประการ ครั้งนั้นเหล่าสัตว์มีอายุขัย แสนปี พระชินสีห์พระองค์นั้น ดำรงพระชนม์อยู่ โดยกาลประมาณเท่านั้น ทรงยังประชาชนเป็นอันมาก ให้ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้ ครั้งนั้น เราเป็นบุตร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka