Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 85

เล่ม มมร. 50 หน้า 85 ข้อ 142
โดยคณนานับมิได้ เพราะกรรมนั้นนำไป เราจึงมี ความสุขในที่ทุกสถาน. ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระผู้เป็นนายกทรง พระนามว่า วิปัสสี ผู้มีพระเนตรงาม ทรงเห็นแจ้ง ธรรมทั้งปวง ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว เราเป็นผู้มีจิต ขัดเคือง ได้พูดตู่สาวกของพระพุทธเจ้าผู้คงที่พระองค์ นั้น ผู้สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าท่านเป็น ผู้บริสุทธิ์ และเราจับสลากแล้ว ถวายข้าวสุกที่หุงด้วย น้ำนมแก่พระเถระทั้งหลาย ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ผู้เป็นสาวกของพระผู้แกล้วกล้ากว่านรชน พระองค์ นั่นแหละ ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นพงศ์พันธุ์ ของพรหม มีพระยศใหญ่ ประเสริฐกว่าวิญญูชน ทรงพระนามว่า กัสสปะ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระ- องค์ทรงยังศาสนธรรมให้รุ่งโรจน์ ข่มขี่เดียรถีย์ผู้ หลอกลวงเสีย ทรงแนะนำเวไนยสัตว์แล้ว เสด็จ- ปรินิพพาน พร้อมทั้งพระสาวก ครั้นเมื่อพระโลกนาถ พร้อมทั้งพระสาวกปรินิพพานแล้วครั้นเมื่อศาสนธรรม กำลังจะสูญสิ้นอันตรธาน ทวยเทพและมนุษย์พากัน สลดใจ สยายผม มีหน้าเศร้าคร่ำครวญว่า ดวงตา คือ พระธรรมจักดับแล้ว เราจักไม่ได้เห็นท่านผู้มีวัตร ดีงามทั้งหลาย เราจักไม่ได้ฟังพระสัทธรรม โอหนอ พวกเราเป็นคนมีบุญน้อย ครั้งนั้น พื้นปฐพีทั้งหมดนี้ ทั้งใหญ่ทั้งหนา ได้ไหวสั่นสะเทือน สาครสมุทรดุจ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka