Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 107

เล่ม มมร. 50 หน้า 107 ข้อ 146
เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เสวยโภชนะอันขาวผ่อง ชน เหล่านั้นไม่ต้องหว่านพืช และไม่ต้องนำไถไปไถ มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมบริโภคข้าวสาลีอันเกิดเอง สุก เอง ในที่ไม่ได้ไถ เราได้เสวยราชสมบัติในภพนั้นแล้ว ได้ถึงความเป็นเทวดาอีก ถึงเวลานั้น โภคสมบัติเช่น นี้ก็บังเกิดแก่เรา สัตว์ทั้งปวงซึ่งเป็นมิตร หรือมิใช่ มิตร ย่อมไม่เบียดเบียนเรา เราเป็นที่รักของสัตว์ทุก จำพวก นี้เป็นผลแห่งกรรม เราได้ให้ทานใดในกาล นั้น ด้วยการให้ทานนั้น เราไม่พบทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการไล้ทาด้วยของหอม ในภัทรกัปนี้ เราผู้เดียว ได้เป็นอธิบดีของคน ได้เป็นราชฤาษีผู้มีอานุภาพมาก ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพลมาก เรานั้นตั้งอยู่ใน ศีล ๕ ได้ยังหมู่ชนเป็นอันมากให้ถึงสุคติ ได้เป็นที่ รักของเทวดาทั้งหลาย คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิ- ทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้ง ชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. อนึ่ง เพราะเหตุที่ท่านเป็นผู้อันเทวดาทั้งหลาย รักใคร่สนิทสนมอย่าง มากยิ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงตั้งพระเถระนี้ไว้ในตำแหน่งแห่งภิกษุ ผู้เลิศ โดยความเป็นที่รัก เป็นที่พอใจของเทวดาทั้งหลาย โดยพระพุทธดำรัส ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระปิลินทวัจฉะ เลิศกว่าภิกษุผู้เป็นมหาสาวกของเรา ฝ่ายทำให้เทวดาทั้งหลายรักใคร่ ชอบใจ ดังนี้. วันหนึ่ง ท่านนั่งอยู่ในท่ามกลาง ภิกษุสงฆ์ พิจารณาคุณทั้งหลายของตนแล้ว เมื่อจะสรรเสริญการมาในสำนัก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka