Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 119

เล่ม มมร. 50 หน้า 119 ข้อ 149
พระองค์นั้น แหละจักเป็นบุคคลผู้เลิศในโลกนี้ เกิดศรัทธาในพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชในสำนักของพระศาสดาแล้ว ประกอบเนือง ๆ ซึ่งกัมมัฏฐาน บรรลุพระ อรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ในภิกษุสงฆ์ ผู้ยอดเยี่ยมของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ จึงได้น้ำใส่หม้อน้ำฉันจนเต็ม ในเวลา ที่เราจะต้องการน้ำ จะเป็นยอดภูเขา ยอดไม้ในอากาศ หรือพื้นดิน น้ำย่อมเกิดแก่เราทันที ในกัปที่แสนแต่ กัปนี้ เราได้ให้ทานใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เรา ไม่รู่จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน เรา เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ภพทั้งปวงเราถอนขึ้นแล้ว ฯ ล ฯ อภิญญา ๖ เรากระทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระ- พุทธเจ้าเรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็ท่านครั้นบรรลุพระอรหัตอย่างนี้แล้ว เสวยวิมุตติสุขอยู่ เพื่อจะ ให้เกิดความอุตสาหะแก่เพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ด้วยการแสดงให้เห็นชัดซึ่ง ข้อที่พระศาสนาเป็นนิยยานิกธรรม จึงได้ภาษิตคาถาว่า ภิกษุมีกำลังปัญญา สมบูรณ์ด้วยศีลและวัตร มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ บริโภคโภชนะตามมี ตามได้ มีราคะไปปราศแล้ว พึงหวังได้ซึ่งกาลปริ นิพพานในศาสนานี้ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปญฺาพลี ความว่า ผู้ประกอบไปด้วย ปัญญา อันดียิ่งเนือง ๆ ด้วยสามารถแห่งปาริหาริกปัญญาและวิปัสสนาปัญญา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka