Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 169

เล่ม มมร. 50 หน้า 169 ข้อ 161
ทั้งหลายไป ๆ มา ๆ (เกิด) เป็นกุฏุมพี ในกาล ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า กัสสปะ บำเพ็ญมหาทาน แด่พระบรมศาสดา และภิกษุสงฆ์ ส่งจันทน์ขาวที่มีราคามาก ไปยังพระคันธกุฎี แล้วทำการอบด้วยจันทน์นั้น ตั้งความปรารถนาว่า ในที่ ๆ ข้าพเจ้าเกิดแล้ว ๆ ขอให้สรีระของข้าพเจ้าจงมี กลิ่นหอมอย่างนี้. เขากระทำบุญกรรม แม้อื่นเป็นอันมากไว้ในภพนั้น ๆ ท่องเที่ยวไปในสุคติภพทั้งหลาย นั่นแล เกิดในเรือนของพราหมณ์ ผู้สมบูรณ์ ด้วยสมบัติในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้. ก็นับจำเดิมแต่เวลาที่เขาผู้จะบังเกิดอยู่ในท้องมารดา สรีระของมารดา แม้ทั้งสิ้น ก็หอมขจรไปทั่วทั้งเรือน. ส่วนในวันที่เขาเกิด กลิ่นหอมอย่างยิ่ง ก็หอมฟุ้งไป แม้ในเรือนใกล้เคียงเป็นพิเศษทีเดียว. มารดา บิดาของเขา กล่าวว่า บุตรของเราตั้งชื่อของตนด้วยตนเอง มาเกิดแล้ว จึงตั้งชื่อเขาว่า สุคันธะ เหมือนกัน. เขา เจริญเติบโตขึ้นโดยลำดับ เห็นพระมหาเสลเถระ แล้วฟังธรรม ในสำนักของท่าน บวชแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัต ภายใน ๗ วันเท่านั้น. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เมื่อก่อน เรากับบิดาและปู่ เป็นคนทำการงาน ในป่า เลี้ยงชีพด้วยการฆ่าปศุสัตว์ กุศลกรรมของเรา ไม่มี ใกล้กับที่อยู่ของเรา พระพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศ ของโลก ทรงพระนามว่า ติสสะ ผู้มีพระปัญญาจักษุ ได้ทรงแสดงรอยพระบาทไว้ ๓ รอย เพื่ออนุเคราะห์ เราได้เห็นรอยพระบาท ของพระธรรมศาสดา ผู้ทรง พระนามว่า ติสสะ ที่พระองค์ทรงเหยียบไว้ เป็นผู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka