Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 171

เล่ม มมร. 50 หน้า 171 ข้อ 162
มีแก่ภิกษุนั้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อนุวสฺสิโก (ยังไม่ทันได้พรรษา). ภิกษุใดที่บวชแล้วยังไม่ถึงการนับพรรษา เพราะมีพรรษายังไม่บริบูรณ์ ภิกษุนั้นท่านจึงเรียกอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อวสฺสิโก (ยังไม่ ทันครบพรรษา). บทว่า ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ ความว่า ท่านผู้บวชยังไม่ได้พรรษา มองเห็นธรรมแห่งพระศาสดาของท่าน เป็นธรรมที่ดี คือ เป็นสวากขาตธรรม ได้แก่ เป็นนิยยานิกธรรมโดยถ่ายเดียว. วิชชา ๓ คือ บุพเพนิวาสญาณ ทิพยจักขุญาณ อาสวักขยญาณ อันท่านถึงแล้วโดยลำดับ คือกระทำให้แจ้งแล้ว ต่อแต่นั้นไป ศาสนาของพระพุทธเจ้า คือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเรากระทำเสร็จแล้ว ได้แก่ พระอนุสาสนี คือ พระโอวาท ของพระองค์ เราตามศึกษาแล้ว เพราะเหตุนั้น พระเถระผู้เกิดปีติโสมนัส เพราะอาศัย ความเป็นผู้มีกิจอันตนทำเสร็จแล้ว จึงกล่าวถึงตน โดยทำให้เป็นเหมือนคน อื่น ฉะนี้แล. จบอรรถกถาสุคันธเถรคาถา ๕. นันทิยเถรคาถา ว่าด้วยคาถาของพระนันทิยเถระ [๑๖๒] ได้ยินว่า พระนันทิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้ อย่างนี้ว่า จิตของภิกษุใด ได้บรรลุผลญาณ สว่างรุ่งเรือง อยู่เป็นนิตย์ ท่านมาเบียดเบียนภิกษุนั้นเข้า จัดได้รับ ทุกข์แน่นอน นะมาร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka