ตทาจรํ โดยสรุป จึงกล่าวว่า ผู้ใดเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘
เป็นทางตรง เพื่อบรรลุอมตธรรม ผู้นั้นย่อมได้ความสรรเสริญและเจริญ
ด้วยยศ ดังนี้.
ความของพระคาถานั้น มีดังนี้ บุคคลใด ย่อมเจริญปฏิปทาอันเป็น
เหตุให้ถึงความดับทุกข์ อันชื่อว่า อริยะ เพราะอรรถว่าบริสุทธิ์ เพราะไกล
จากกิเลสทั้งหลาย และเพราะอรรถว่ากระทำความเป็นพระอริยะแก่ผู้ปฏิบัติอยู่
ชื่อว่าประกอบด้วยองค์ ๘ เพราะเป็นที่ประชุมแห่งมรรคมีองค์ ๘ มีสัมมาทิฏฐิ
เป็นต้น ชื่อว่า อัญชสะ ด้วยอรรถว่าไม่คด เพราะเป็นข้อปฏิบัติกลาง ๆ
ที่เว้นจากส่วนสุด ๒ อย่าง ชื่อว่า ตรง เพราะละความคดทางกายเป็นต้นได้
ชื่อว่า มรรค เพราะอรรถว่า ผู้ต้องการพระนิพพานพึงดำเนินไป และเพราะ
อรรถว่า ฆ่ากิเลสไปด้วย เดินไปด้วย เพื่อถึง คือ บรรลุอมตธรรม คือ
อสังขตธาตุ ได้แก่ ให้เกิดและเจริญขึ้นในสันดานของตน บุคคลนั้น ท่าน
เรียกว่า สุขตฺโถ ตทาจรํ (บุคคลผู้ต้องการความสุข เมื่อประพฤติให้
สมควรแก่ความสุขนั้น ) ดังนี้. ปริพาชกฟังคาถานั้นแล้ว มีใจเลื่อมใส
แล้วบวช ปฏิบัติอยู่โดยชอบ เจริญวิปัสสนา แล้วบรรลุพระอรหัตต่อกาล
ไม่นานนัก. คาถาทั้งสองนี้แหละได้เป็นการพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ.
จบอรรถกถาสามัญญิกานิเถรคาถา