Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 252

เล่ม มมร. 50 หน้า 252 ข้อ 181
ตายแล้ว. ถ้าจะมีคำถามขึ้นว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะถึงเขาจะเป็น อยู่ต่อไปอีก ก็เหมือนคนตายแล้ว คือ ผู้ใด หลังจากสึกไป ยังมีชีวิตอยู่ ผู้นั้นชื่อว่า ตายแล้วจากประโยชน์ทีเดียว เพราะตายจากคุณธรรม. บัดนี้เพื่อ จะให้สานุสามเณรนั้นเกิดความสลดใจยิ่งขึ้น มารดาจึงกล่าวคำ มีอาทิว่า กุกฺกุฬา ดังนี้. ใจความของคาถานั้น ก็ว่า ภาวะของคฤหัสถ์ ชื่อว่าเป็นดุจเถ้ารึง เพราะคล้ายกับนรก ชื่อว่า กุกกุฬะ ด้วยอรรถว่าเผาไหม้ เพราะดุจถูกไฟเผา แล้วทั้งกลางวันและกลางคืน อันเราผู้มีความอนุเคราะห์ ยกขึ้นแล้ว คือถอน ขึ้นแล้ว ดูก่อนพ่อสานุ ท่านยังปรารถนาเพื่อจะตกไปสู่เถ้ารึง คือประสงค์จะ ตกไปสู่เถ้ารึงหรือ ดังนี้. สานุสามเณรฟังคำนั้นแล้ว เกิดความสลดใจ เริ่มวิปัสสนา แล้ว บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ ใน อปทานว่า เราเห็นพระสมณะผู้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว กำลังเสวย อยู่ ได้เอาน้ำในหม้อถวาย แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า สิทธัตถะ วันนี้เราเป็นผู้ไม่เศร้าหมอง ปราศจากมลทิน สิ้นสงสัย ผลย่อมเกิดแก่เราในภพ ที่เกิดอยู่ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายน้ำใน กาลนั้น ด้วยการถวายน้ำนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ เป็นผลแห่งการถวายน้ำ ในกัปที่ ๖๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้ มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า วิมละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka