Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 259

เล่ม มมร. 50 หน้า 259 ข้อ 183
ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ส่วนมารไม่รู้ว่าพระเถระผู้อยู่ในที่นั้น บรรลุพระอรหัตแล้ว เป็น พระขีณาสพ ก็ได้ส่งเสียงร้องดังน่ากลัว โดยนัยก่อนนั่นแหละ. พระเถระฟัง เสียงนั้นแล้วไม่สะดุ้งกลัว ไม่หวาดเสียว กล่าวว่า มารเช่นท่านตั้งร้อย ตั้งพัน ก็ไม่ทำให้แม้ขนของเราหวั่นไหวได้ ดังนี้แล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ได้ภาษิตคาถาว่า เราออกบวชเป็นบรรพชิต ด้วยศรัทธา มีสติและ ปัญญาเจริญ มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว ดูก่อนมาร ถึงท่านจัก บันดาลรูปต่าง ๆ ที่น่ากลัวให้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่อาจทำ เราให้สะดุ้งกลัวได้เลย ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สทฺธาย ความว่า ด้วยความเชื่อกรรม และผลแห่งกรรม และด้วยความเชื่อในพระรัตนตรัย อันมีความพอใจในธรรม เป็นสมุฏฐาน. พระเถระเรียก (แสดง) ตนเอง ด้วยบทว่า อหํ. บทว่า ปพฺพชิโต ความว่า เข้าถึง (บรรพชา). บทว่า อคารสฺมา ความว่า จากเรือน หรือจากการอยู่ครองเรือน. บทว่า อนคาริยํ ได้แก่ บรรพชา. ก็บรรพชานั้น ท่านเรียกว่า อนคาริยะ เพราะไม่มีกสิกรรมแลพาณิชยกรรมเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง อัน เป็นประโยชน์ต่อการครองเรือน ซึ่งเป็นเหตุให้ชื่อว่า "อคาริยะ". ด้วยบทว่า สติ ปญฺญา จ เม วุฑฺฒา นี้ พระเถระแสดงว่า จำเดิมแต่ขณะแห่งวิปัสสนา จนถึงพระอรหัตตามลำดับมรรคธรรมเหล่านี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka