คือ สติที่มีการระลึกได้เป็นลักษณะ ปัญญาที่มีการรู้ทั่วเป็นลักษณะ เจริญแล้ว
คืองอกงามแล้วแก่เรา บัดนี้ จะมีธรรมที่ต้องเจริญ (อีก) ก็หามิได้ สติปัญญา
ของเราถึงความไพบูลย์แล้ว ดังนี้.
ด้วยบทว่า จิตฺตญฺจ สุสมาหิตํ นี้ พระเถระแสดงว่า จิตของเรา
ตั้งมั่นดีแล้ว ด้วยสามารถแห่งสมาบัติ ๘ และด้วยสามารถแห่งโลกุตรสมาธิ
บัดนี้ไม่มีกิจที่จะต้องทำจิตนั้นให้ตั้งมั่น (เพราะ) สมาธิถึงความไพบูลย์แล้ว.
บทว่า กามํ กรสฺสุ รูปานิ ความว่า ดูก่อนมารผู้ลามก เพราะ
ฉะนั้น ท่านมากระทำอาการที่น่ารังเกียจอย่างใดอย่างหนึ่ง หลอกเราตาม-
ชอบใจ แต่อาการที่น่ารังเกียจเหล่านั้น ไม่อาจทำให้เราสะดุ้งกลัวได้เลย คือ
ไม่สามารถจะกระทำ แม้เพียงควานหวั่นไหวแห่งร่างกายของเราได้เลย ที่ไหน
จักทำจิตให้เป็นอย่างอื่นไปได้. พระเถระคุกคามมารว่า เพราะฉะนั้น กิริยานั้น
จะมีผลเพียงทำความคับแค้น แก่จิตของท่านเท่านั้น. มารฟังดังนั้นแล้ว คิดว่า
พระเถระรู้ทันเรา แล้วหายไปในที่นั้นเอง.
จบอรรถกถาสมิทธิเถรคาถา