Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 291

เล่ม มมร. 50 หน้า 291 ข้อ 194
อื่นจากหลังนี้ เพราะความที่กุฏิหลังนี้ทรุดโทรมโดยความเป็นของเก่า ก็ท่าน- จงละความหวังในกุฏิหลังใหม่เสียทั้งหมด คือ จงคลายความหวังคือ ความอยาก ได้แก่ ความเห่อ แม้ในกุฏิหลังใหม่เหมือนในหลังเก่า ย่อมเป็นผู้มีจิตปราศ- จากความอยากได้ในกุฏิหลังใหม่นั้น โดยประการทั้งปวง. เพราะเหตุไร ? เพราะกุฏิหลังใหม่นำทุกข์มาให้ คือ ดูก่อนภิกษุ เพราะกุฏิที่ชื่อว่าใหม่ คือ ที่จะพึงให้เกิดในบัดนี้ ชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะนำทุกข์มาให้ ฉะนั้น เธออย่า ทำทุกข์ใหม่อย่างอื่นให้เกิด จงอยู่ในกุฏิหลังเก่านั่นแหละ กระทำกิจที่ตนควร กระทำ ก็ในคาถานี้มีอธิบายดังนี้ ดูก่อนภิกษุ ท่านคิดว่า กุฏิที่มุงด้วยหญ้า หลังนี้ ชำรุดทรุดโทรม จึงหวังจะสร้างกุฏิที่มุงด้วยหญ้าใหม่หลังอื่น ไม่- บำเพ็ญสมณธรรม ก็เมื่อปรารถนาอย่างนี้ ชื่อว่ายังปรารถนากุฏิคืออัตภาพ ต่อไป เพราะไม่พ้นจากการเกิดในภพใหม่ โดยไม่ได้ขวนขวายในภาวนา จึงชื่อว่ายังปรารถนาเพื่อจะสร้างอยู่นั่นเอง. ก็กุฏิคืออัตภาพนั้น เปรียบเหมือน กุฏิที่มุงด้วยหญ้าหลังใหม่ ชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะเกี่ยวข้องกับทุกข์ต่าง ๆ มีชรา มรณะ โศกะ และปริเทวะเป็นต้น ยิ่งเสียกว่าทุกข์ในการสร้างกุฏิ เพราะ ต้องลำบากในการกระทำ เพราะฉะนั้น ท่านจงคลายความหวัง ความเพ่ง ในกุฏิคืออัตภาพเหมือนคลายความหวังในการสร้างกุฏิหญ้าฉะนั้น คือ จงเป็น ผู้มีจิตปราศจากความกำหนัดในอัตภาพนั้น โดยประการทั้งปวง วัฏทุกข์ จักไม่มีแก่ท่านด้วยอาการอย่างนี้ ก็พระเถระฟังคำของเทวดาแล้ว เกิดความ สลดใจ เริ่มตั้งวิปัสสนา เพียรพยายามอยู่ ดำรงอยู่แล้วในพระอรหัตผลต่อกาล ไม่นานเลย. สมดังคำที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เมื่อพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่สงบระงับ มั่นคง ประทับ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka