นั่งบนอาสนะที่ลาดด้วยหญ้า เราเอาดอกอ้อมาผูกเป็น
พัด แล้วน้อมถวายแด่พระพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมประชา
ผู้คงที่ พระสัพพัญญูผู้เป็นนายกของโลก ทรงรับพัด
แล้ว ทรงทราบความดำริของเรา ได้ตรัสพระคาถานี้
ว่า กายของเราดับแล้ว ความเร่าร้อนไม่มี ฉันใด
จิตของท่านจงหลุดพ้นจากกองไฟ ๓ กอง ฉันนั้น
เทวดาบางเหล่าที่อาศัยต้นไม้อยู่ มาประชุมกันทั้งหมด
ด้วยหวังว่า จักได้ฟังพระพุทธพจน์ อันยังทายกให้
ยินดี พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่ง ณ ที่นั้น แวดล้อม
ด้วยหมู่เทวดา เมื่อจะทรงยังทายกให้รื่นเริง จึงได้
ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ด้วยการถวายพัดนี้ และด้วย
การตั้งจิตไว้ ผู้นี้จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระ-
นามว่า สุพพตะ ด้วยกรรมที่เหลือนั้น อันกุศลมูล
ตักเตือนแล้ว จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนาม
ว่า " มาลุตะ " ด้วยการถวายพัดนี้ และด้วยการนับถือ
อันไพบูลย์ ผู้นี้จักไม่เข้าถึงทุคติตลอดแสนกัป ในกัป
ที่สามหมื่น จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๘ พระองค์
มีพระนามว่า สุพพตะ ในกัปที่สองหมื่นเก้าพัน
จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่า มาลุตะ
อีก ๘ ครั้ง. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.