Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 367

เล่ม มมร. 50 หน้า 367 ข้อ 210
ก็พระเถระผู้บรรลุพระอรหัตแล้ว อันภิกษุทั้งหลายถามว่า ดูก่อน อาวุโส ท่านยังเป็นเด็กนัก บวชด้วยความสลดใจอะไร เมื่อจะพยากรณ์ พระอรหัตผล โดยอ้างถึงการสรรเสริญนิมิตแห่งบรรพชาด้วยตน ได้กล่าว คาถาว่า ข้าพเจ้าเห็นคนแก่ คนเจ็บหนัก และคนที่ตาย ตามอายุขัยแล้ว จึงได้ละซึ่งกามารมย์ อันเป็นของ รื่นรมย์ใจ แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชิณฺณํ ความว่า อันชราครอบงำแล้ว คือ เป็นร่างอันชราธรรม มีฟันหัก ผมหงอก และความเป็นผู้มีหนังเหี่ยวย่น เป็นต้น ประชุมแล้ว. บทว่า ทุกฺขิตํ ได้แก่ ถึงความลำบากที่หมายรู้กันว่า เป็นทุกข์. บทว่า พฺยาธิตํ ได้แก่ คนเจ็บ. ก็ในบทว่า พฺยาธิตํ นี้ย่อมให้ สำเร็จ (ความหมายถึง) ความประสบทุกข์ แม้ในเวลาพูดว่า ถึงความเจ็บไข้. คำว่า ทุกฺขิตํ ท่านกล่าวไว้เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้มีไข้หนักของผู้ที่ถึงทุกข์นั้น. บทว่า มตํ แปลว่า คนผู้ตายแล้ว เพราะเหตุที่ผู้ที่การทำกาละแล้ว ย่อม ชื่อว่า ถึงความสิ้น ความเสื่อม ความแตกดับแห่งอายุ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า คตมายุสงฺขยํ คนที่ตายตามอายุขัย ดังนี้. เพราะเหตุนั้น คือเพราะเหตุที่ คนแก่ คนเจ็บและคนตาย ท่านได้เห็นแล้ว ได้แก่ เพราะเหตุที่ท่านถึงความ สลดใจว่า ขึ้นชื่อว่า ความแก่ เป็นต้นเหล่านี้ ไม่มีเฉพาะแก่สัตว์เหล่านั้นเท่านั้น โดยที่แท้ มีทั่วไปแก่สัตว์ทั้งปวง เพราะฉะนั้น แม้เราก็ไม่ล่วงพ้นความแก่ เป็นต้นไปได้. บทว่า นิกฺขมิตูน แปลว่า ออกแล้ว. ถึงบาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. (ความก็ว่า) ออกจากเรือน ด้วยความประสงค์จะบรรพชา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka