Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 379

เล่ม มมร. 50 หน้า 379 ข้อ 213
สุด ไม่มีอะไรเปรียบได้ในพระญาณ สงครามไม่มีแก่ พระศาสดา พระศาสดาทรงรู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวงแล้ว ทรงน้อมไป ด้วยญาณ ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ผู้อุดมบุรุษ ไม่มีผู้เสมอ ด้วยพระญาณของพระองค์ โดยที่ทรงมีพระญาณอันสูงสุด. เรายังจิตให้เลื่อมใส ในพระญาณแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัป ใน กัปทั้งหลายที่เหลือเราทำกุศล ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัป นี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระญาณ ใน กัปที่ ๗๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ องค์หนึ่ง มีนามว่า ปุลินปุปผิยะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยสามารถแห่งการแสดงความนี้ว่า ข้อปฏิบัติของพระอริยเจ้าทั้งหลาย แยก กันกับข้อปฏิบัติของอันธพาลปุถุชน ได้กล่าวคาถาว่า เมื่อผู้อื่นยกตน ควรถ่อมตน เมื่อผู้อื่นตกต่ำ ควรยกตนขึ้น เมื่อผู้อื่นไม่ประพฤติพรหมจรรย์ ควร ประพฤติพรหมจรรย์ เมื่อผู้อื่นยินดีในกามคุณ ไม่ควร ยินดีในกามคุณ ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka