ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว อาศัยความที่เทศนาของพระ-
ศาสดาเป็นของจริง และความที่พระธรรมกระทำสัตว์ให้พ้นทุกข์ เป็นผู้มีปีติ
และโสมนัสเกิดแล้ว เมื่อจะเปล่งอุทาน อันแผ่ซ่านไปด้วยกำลังแห่งปีติ ได้
กล่าวคาถาว่า
ในลัทธิแห่งเดียรถีย์ ภายนอกพระศาสนานี้
ย่อมไม่มีทางไปสู่พระนิพพาน เหมือนอริยอัฏฐังคิก-
มรรคนี้เลย พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระบรมครู
ทรงพร่ำสอนภิกษุสงฆ์ด้วยพระองค์เอง เหมือนดัง
ทรงแสดงผลมะขามป้อม ในฝ่าพระหัตถ์ ฉะนั้น
ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิโต พหิทฺธา ความว่า ในศาสนาอื่น
จากพระพุทธศาสนานี้. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า (ในลัทธิ) แห่งเดียรถีย์
ภายนอก อธิบายว่า ได้แก่เดียรถีย์ต่าง ๆ.
บทว่า มคฺโค น นิพฺพานคโม ขถา อยํ ความว่า ทางอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ อันประเสริฐนี้ ชื่อว่าเป็นทางไปสู่พระนิพพาน คือยังสัตว์
ให้ถึงพระนิพพาน เพราะเป็นทางที่ไปพระนิพพานได้ทางเดียว ฉันใด มรรค
ที่จะให้ถึงพระนิพพานก็ฉันนั้น ย่อมไม่มีในลัทธินอกพระพุทธศาสนา เพราะ
เป็นมรรคที่เจ้าลัทธิอื่น ไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้. ด้วยเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะมีในพระธรรมวินัยนี้
เท่านั้น สมณะที่ ๒ สมณะที่ ๓ สมณะที่ ๔ ก็มีใน
ธรรมวินัยนี้ ลัทธิอื่นว่างจากสมณะผู้รู้ ดังนี้.
บทว่า อิติ แปลว่า อย่างนี้. บทว่า อสฺสุ เป็นเพียงนิบาต.