เรานั่งอยู่ในโรงอันกว้างใหญ่ ได้เห็นพระผู้มี
พระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้เป็นนายก
ของโลก ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ผู้บรรลุพลธรรม แวดล้อม
ด้วยภิกษุสงฆ์. ภิกษุสงฆ์ประมาณหนึ่งแสน ผู้บรรลุ
วิชชา ๓ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก แวดล้อมพระ-
พุทธเจ้า ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส ในมนุษยโลก
พร้อมทั้งเทวโลก ไม่มีอะไรเปรียบ ในพระญาณของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ใครได้เห็นพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระญาณไม่สิ้นสุด
แล้ว จะไม่เลื่อมใสเล่า ชนทั้งหลายไม่สามารถเพื่อ
กำจัดพระสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ผู้ทรงแสดง
ธรรมกาย และผู้เป็นบ่อเกิดแห่งพระรัตนตรัยอย่าง
เดียวได้ ใครเล่าเห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้ว
จะไม่เลื่อมใส พราหมณ์นามว่า นารทะ ผู้มีใจภักดี
ชมเชยพระสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้ไม่
พ่ายแพ้ ด้วยคาถาทั้ง ๓ เหล่านี้ ด้วยจิตที่เลื่อมใส
และด้วยการกล่าวชมเชยพระสัมพุทธเจ้านั้น เราไม่
เข้าถึงทุคติตลอดแสนกัป ในกัปที่ ๓,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่า
สุมิตตะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก.
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า
เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.