อุตติยะ. เขาเจริญวัยแล้ว เห็นพุทธานุภาพ ในสมาคมแห่งพระญาติ ของพระ-
บรมศาสดา ได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา บรรพชาแล้ว บำเพ็ญสมณธรรม วันหนึ่ง
เข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต ฟังเสียงเพลงขับของมาตุคามในระหว่างทางเมื่อเกิด
ฉันทราคะขึ้นในเสียงเพลงขับนั้น ด้วยสามารถแห่งอโยนิโสมนสิการ จึงระงับ
ฉันทราคะนั้น ด้วยกำลังแห่งการพิจารณา แล้วเข้าไปสู่วิหาร เกิดความสังเวช
นั่งในที่พักกลางวัน เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัต ในขณะนั้นเอง. สมดัง
คาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
ก็เราได้ถวายบัลลังก์ พร้อมทั้งผ้าสำหรับปิด
เบื้องบน (เพดาน) แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระ-
นามว่า สุเมธะ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ในกาลนั้น
บัลลังก์นั้นได้เป็นบัลลังก์ประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ
รู้ความดำริของเรา บังเกิดแล้วแก่เราที่เมื่อ ในกัปที่
๑,๐๓๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายบัลลังก์ใดในกาลนั้น
ด้วยธรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลของการ
ถวายบัลลังก์ ในกัปที่ ๑,๐๒๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีนามว่า สุวรรณาภา
สมบูรณ์ด้วยแล้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลส
ทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำ
สำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระ ครั้น บรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะแสดงความว่า เมื่อบุคคล
ไม่รังเกียจกิเลสทั้งหลาย ย่อมไม่มีทางที่จะยกศีรษะขึ้นจากทุกข์ในวัฏฏะได้
ส่วนเรารังเกียจกิเลสเหล่านั้นแล้วทีเดียว ดังนี้ โดยมุ่งแสดงให้เห็นการบังเกิด
ขึ้นแห่งกิเลสของตน ได้กล่าวคาถาว่า