มีจิตแน่วแน่ ตั้งมั่นดีแล้ว เราร้อยดอกชบาทำเป็น
พวงมาลัยแล้วบูชาพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า สิขี
ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้
เราได้ทำกรรมใดไว้ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้-
จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่ ๗ แต่
ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า
สมันตจักษุ เป็นจอมมนุษย์ มียศมาก มีพลมาก.
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระ-
พุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เป็นผู้มีปีติโสมนัสบังเกิดแล้ว
เพราะอาศัยวิมุตติสุขที่ตนได้บรรลุแล้ว ได้กล่าวคาถาด้วยสามารถแห่งอุทานว่า
ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยความเพียรชอบ มีสติปัฏฐาน
เป็นอารมณ์ ประดับประดาด้วยดอกไม้ คือ วิมุตติ
จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน ความว่า
ผู้สมบูรณ์ด้วยสัมมัปปธานมีอย่าง ๔ อธิบายว่า ยังกิจที่จะต้องทำด้วยสัมมัปป-
ธานเหล่านั้น ให้ถึงพร้อมแล้วตั้งอยู่.
บทว่า สติปฏฺานโคจโร ความว่า ภิกษุชื่อว่า สติปัฏฐานโคจโร
เพราะมีสติปัฏฐาน ( ๔ ) มีกายานุปัสสนาสติปัฏฐานเป็นต้นเป็นอารมณ์ คือเป็น
ที่ตั้งแห่งความประพฤติ อธิบายว่า เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ในสติปัฏฐาน ๔.
ดอกไม้ คือ วิมุตตินั่นแล ชื่อว่า มีกลีบหอมตลบอบอวล เพราะ
งามด้วยคุณธรรม ภิกษุ ชื่อว่า ประดับแล้วคือตกแต่งแล้ว ได้แก่ กระทำ
ให้พอแล้ว ด้วยวิมุตติเหล่านั้น โดยประการทั้งปวง คือโดยชอบทีเดียว.