Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 465

เล่ม มมร. 50 หน้า 465 ข้อ 238
อันหมู่ฤาษีแวดล้อมแล้วท่องเที่ยวไป วันหนึ่งเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง พระนามว่า เวสสภู เกิดปีติโสมนัส อาศัยพระญาณสมบัติของพระศาสดา จึงเป็นผู้มีใจเลื่อมใส ได้ทำการบูชาด้วยดอกไม้ทั้งหลาย อุทิศพระญาณ. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายบังเกิด ในตระกูลพราหมณ์ ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่า เพลัฏฐานิกะ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ได้เป็นผู้มีศรัทธาจิต บวชแล้วเรียนกรรมฐานอยู่ในป่าแคว้นโกศล เป็นผู้ เกียจคร้าน มีร่างกายกำยำ มีวาจาหยาบคาย ไม่ยังจิตให้เกิดขึ้นในสมณธรรม ได้. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรวจดูความแก่กล้าของญาณแล้ว ยังเพลัฏฐานิกภิกษุให้สลดใจ ด้วยพระคาถาชี้โทษนี้ว่า เธอละความเป็นคฤหัสถ์มาแล้ว ยังไม่ทัน สำเร็จกิจ เป็นผู้มีปากดังไถ เห็นแก่ท้อง เป็นคน เกียจคร้าน เป็นคนโง่เขลา เข้าห้องบ่อย ๆ เหมือน สุกรตัวใหญ่ที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ ฉะนั้น ดังนี้. เธอเห็นพระศาสดา เหมือนหนึ่งประทับนั่งอยู่ตรงหน้า และฟังคาถา นั้นแล้ว เกิดความสลดใจ แล้วเจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่ นานนัก เพราะเหตุที่ญาณถึงความแก่กล้าแล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่าน กล่าวไว้ในอปทานว่า เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า "เวสสภู" ผู้โชติช่วงดังดอกกรรณิการ์ ประทับนั่งอยู่ ณ ที่ระหว่างภูเขา ทรงยังทิศทั้งปวงให้สว่าง ดังดาว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka