ประกายพฤกษ์ มีมาณพ ๓ คนเป็นผู้ศึกษาดี ในศิลปะ
ของตน หาบสิ่งของเต็มหาบ ไปตั้งข้างหลังเรา เรา
ผู้มีตบะใส่ดอกจำปา ๗ ดอกไว้ในห่อ ถือดอกจำปา
เหล่านั้น บูชา ในพระญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงพระนามว่า " เวสสภู " ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้
เราบูชาพระพุทธญาณด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ
ในกัปที่ ๒๙ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
มีนามว่า " วิปุลาภา " สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อปฏิบัติพระโอวาทของพระ-
ศาสดาก็ดี เมื่อพยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยมุขที่แปลกออกไปก็ดี ก็ได้กล่าวซ้ำ
พระคาถานั้นแหละ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หิตฺวา คิหิตฺตํ ความว่า สละความเป็น
คฤหัสถ์ อธิบายว่า บวชแล้ว.
บทว่า อนโวสิตตฺโต ความว่า ยังไม่สำเร็จกิจตามสมควร. อธิบายว่า
ชื่อว่ายังไม่สำเร็จกิจ คือ มีกรณียกิจยังทำไม่สำเร็จ เพราะยังไม่สำเร็จปริญญา
ตามสมควร แก่ผู้บวชในพระศาสนามุ่งหมายไว้.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อนโวสิตตฺโต ความว่า ยังไม่สำเร็จกิจ
โดยลำดับ และยังไม่ได้กระทำการอยู่จบพรหมจรรย์ ตามลำดับแห่งมรรคอัน
บริสุทธิ์ทั้งหลาย อธิบายว่า ยังไม่อยู่จบในอริยวาสครบทั้ง ๑๐. ภิกษุชื่อว่า