Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 469

เล่ม มมร. 50 หน้า 469 ข้อ 239
ท้าวเธอได้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ (สืบแทน) ทำให้ราชกิจล้มเหลว เพราะไม่มี ความอุตสาหะ และความสามารถทำให้ราชสมบัติตกอยู่ในเงื้อมมือฝ่ายตรงข้าม เกิดความสลดพระทัย เพราะถึงความทุกข์ระทม ทอดพระเนตรเห็นพระผู้มี พระภาคเจ้า เสด็จจาริกไปตามชนบท ได้เป็นผู้มีศรัทธาจิต ทรงผนวชแล้ว กระทำบริกรรม บรรลุพระอรหัตในวันนั้นเอง. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่าน กล่าวไว้ในอปทานว่า ในกาลก่อนเราได้ถวายผลไม้ แด่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าทรงพระนามว่า "ติสสะ" และได้ถวายผล มะพร้าว ที่สมมติกันว่าของควรเคี้ยว ครั้นถวายผล มะพร้าวนั้น แด่พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ติสสะ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวงแล้ว ย่อมบันเทิง มี ความประสงค์สิ่งที่ต้องการ ก็เข้าถึงได้ตามปรารถนา ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาล นั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การถวายผลไม้ ในกัปที่ ๑๓ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิราช มีนามว่า "อินทสมะ" สมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรา กระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะตำหนิกิเลสทั้งหลายได้ กล่าวคาถาว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka