Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 479

เล่ม มมร. 50 หน้า 479 ข้อ 242
จึงเสด็จไปที่สระนั้นแล้ว เสด็จจงกรมอยู่ที่ริมสระธรรมชาติ. นกเห็นพระผู้มี- พระภาคเจ้าแล้ว มีใจเลื่อมใส คาบเอาดอกโกมุทในสระไปบูชาพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิด เป็นบุตรของพราหมณ์คนหนึ่ง ในกุรุกัจฉนครในพุทธุปบาทกาลนี้ได้มีนามว่า มลิตวัมภะ. เขาถึงความเป็นผู้รู้แล้ว เข้าไปหาพระปัจฉาภูมหาเถระ ฟังธรรม ในสำนักของพระเถระ ได้มีจิตศรัทธา บวชแล้ว เจริญวิปัสสนาอยู่ ก็พระเถระ นั้นมีสภาพอย่างนี้ คือ ในที่ใดหาโภชนะเป็นที่สบายได้ยาก ปัจจัยนอกนี้ หาได้ง่าย ท่านจะไม่หลีกไปจากที่นั้น แต่ในที่ใด หาโภชนะเป็นที่สบายได้ง่าย ปัจจัยนอกนี้หาได้ยาก ท่านจะไม่อยู่ในที่นั้น จะหลีกไปทันที ก็เมื่อท่านอยู่ อย่างนี้ เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว ต่อกาลไม่นานนัก เพราะความ ที่ท่านเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเหตุ และเพราะความที่ท่านเป็นผู้มีชาติแห่งมหาบุรุษ. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ณ ที่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ มีสระใหญ่สระหนึ่ง (สระธรรมชาติ) ดาดาษด้วยดอกปทุม ในกาลนั้นเรา เป็นนก มีนามชื่อว่า กุกกุฏะ อาศัยอยู่ในสระนั้น เป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ด้วยวัตร ฉลาดในบุญและมิใช่บุญ พระมหามุนีทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จสัญจรไปในที่ไม่ไกลสระ นั้น เราหักดอกโกมุทน้อมถวายแด่พระองค์ พระองค์ ทรงทราบความดำริของเราแล้ว ทรงรับไว้ ครั้นเรา ถวายทานนั้นแล้ว และอันกุศลมูลตักเตือน เราไม่ได้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka