พฤกษชาติทั้งหลายบนยอดเขา ที่ถูกฝนใหม่
ตกรดแล้ว ย่อมงอกงาม จิตอันควรแก่ภาวนา ย่อม
เกิดทวีขึ้นแก่เรา ผู้มีนามว่า " อสภะ " ผู้ใคร่วิเวก
ผู้มีความสำคัญในป่า ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นคา แปลว่า ต้นไม้. บางอาจารย์
เรียกว่า นาคา หมายถึงต้นกากะทิง.
บทว่า นคคฺเคสุ แปลว่า บนยอดเขา.
บทว่า สุสํวิรุฬฺหา ความว่า เป็นต้นไม้มีรากงอกงามด้วยดี คือ
แผ่ขยายไปโดยรอบ อธิบายว่า แตกกิ่งก้านสาขาทั้งอ่อนทั้งแก่ แลดูสล้างไป
โดยรอบทั้งข้างล่างและข้างบน.
บทว่า อุทคฺคเมเฆน นเวน สิตฺตา ความว่า อันเมฆที่ทำให้
ฝนตก ที่เกิดขึ้นครั้งแรกห่าใหญ่ ตกรดชุ่มโชก.
บทว่า วิเวกกามสฺส ได้แก่ ปรารถนาจิตตวิเวก อันสงัดแล้วจาก
กิเลส คือ ปรารถนาจิตควิเวกนั้นว่า กายวิเวกอันผู้อยู่ในป่าได้แล้วก่อน บัดนี้
เราพึงได้จิตตวิเวก อันเป็นนิสสยปัจจัย แห่งการบรรลุอุปธิวิเวก อธิบายว่า
ได้แก่การหมั่นประกอบเนือง ๆ ซึ่งชาคริยธรรม ด้วยเหตุนั้น พระเถระจึง
กล่าวว่า อรฺสญฺิโน (ผู้มีความสำคัญในป่า) ดังนี้ อธิบายว่า ผู้มีความ
สำคัญในการอยู่ในป่า คือมากไปด้วยเนกขัมมสังกัปปะ อย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่า
การอยู่ป่า อันพระศาสดาทรงสรรเสริญแล้ว ทรงชมเชยแล้ว ก็และการอยู่ป่า
นั้น ก็เพียงเพื่อทำสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนาให้บริบูรณ์ เพราะฉะนั้น
สมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนานั้น เราควรกระทำให้อยู่ในเงื้อมมือ ดังนี้.