Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 511

เล่ม มมร. 50 หน้า 511 ข้อ 251
บวชเป็นดาบส อยู่ในป่า ฟังข่าวการบังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้า จึงเข้าไปสู่ ที่อันเป็นบริเวณของมนุษย์ เห็นพระศาสดาอันภิกษุสงฆ์แวดล้อมแล้ว เสด็จ ไปอยู่ เป็นผู้มีใจเลื่อมใส ปูลาดผ้าเปลือกไม้กรองของตน ที่บาทมูลของพระ ศาสดา. พระศาสดาทรงทราบอัธยาศัยของดาบส จึงเสด็จประทับยืนบนผ้า เปลือกไม้กรองนั้น. ดาบสบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ประทับยืนอยู่บนผ้า เปลือกไม้กรองนั้นด้วยของหอม อันสมควรด้วยสักการะ แล้วชมเชยด้วยคาถา ๑๐ คาถา มีอาทิว่า สมุทฺธรสิมํ โลกํ ดังนี้. พระศาสดาทรงพยากรณ์ พระดาบสว่า ในอนาคตกาล ในที่สุดแห่งแสนกัป แต่กัปนี้. ดาบสนี้จัก บวชในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า โคตมะ จักเป็นผู้มี อภิญญา ๖ ดังนี้ แล้วเสด็จหลีกไป. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก ต่อแต่นั้นก็ท่องเที่ยวไปใน เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จนถึงเวลาเป็นที่บังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าพระ- องค์นี้ เกิดในตระกูลพราหมณ์ ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่า อธิมุตตะ บรรลุนิติภาวะแล้ว ประสบความสำเร็จแล้วในวิชชา ทั้งหลายของพราหมณ์ ไม่เห็นสาระในวิชชาเหล่านั้น แสวงหาทางสิ้นทุกข์ และความที่ภพนั้นเป็นภพสุดท้าย เห็นพุทธานุภาพ ในคราวที่ทรงรับ พระวิหาร ชื่อว่า เชตวัน ได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา บวชในสำนักของพระศาสดา เริ่มตั้งวิปัสสนา แล้วบรรลุพระอรหัต ต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เราเป็นพราหมณ์ผู้ทรงชฎาและหนังสัตว์ เป็นผู้ ซื่อตรงมีตบะ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายของโลก ทรงรุ่งเรืองดังดอกกรรณิการ์ โชติช่างดังดวงไฟ รุ่ง- โรจน์ดังดาวประกายพฤกษ์ เปรียบเหมือนสายฟ้าใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka