อากาศ ไม่ทรงครั่นคร้าม ไม่ทรงสะดุ้งกลัว ดังพระ
ยาไกรสรราชสีห์ ทรงประกาศแสงสว่างแห่งพระญาณ
ทรงย่ำยีพวกเดียรถีย์ ทรงช่วยเหลือสัตวโลกนี้ ทรง
ตัดความสงสัยทั้งปวง ไม่ทรงหวาดหวั่น ดังพระยา-
เนื้อ จึงถือเอาฝ้าเปลือกไม้กรอง ลาดลง ณ ที่ใกล้
พระบาท หยิบเอากลัมพักมา ชโลมทาพระตถาคต
ครั้นชโลมทาพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ชมเชยพระองค์
ผู้เป็นนายกของโลกว่า ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์
ข้ามพ้นโอฆะแล้ว ทรงยังโลกนี้ให้ข้ามพ้น โชติช่วง
ด้วยแสงสว่างแห่งพระญาณ ทรงมีพระญาณประเสริฐ
สุด ทรงประกาศธรรมจักร ทรงย่ำยีเดียรถีย์อื่น ทรง
เป็นผู้กล้าหาญ ทรงชนะสงครามแล้ว ยังแผ่นดินให้
หวั่นไหว คลื่นในมหาสมุทร ย่อมแตกในที่สุดฝั่ง
ฉันใด ทิฏฐิ ทั้งปวงย่อมแตกทำลายในเพราะพระญาณ
ของพระองค์ฉันนั้น ข่ายตาเล็ก ๆ ที่เขาเหวี่ยงลงไป
ในสระแล้ว สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ภายในข่าย เป็นผู้ถูก
บีบคั้นในขณะนั้น ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์
พวกเดียรถีย์ ในโลกผู้หลงงมงาย ไม่อาศัยสัจจะ ย่อม
เป็นไปในภายในพระญาณ อันประเสริฐของพระองค์
ฉันนั้น พระองค์เท่านั้นเป็นที่พึ่งของผู้ที่ว่ายอยู่ ใน
ห้วงน้ำ เป็นนาถะของผู้ไม่มีเผ่าพันธุ์ เป็นสรณะของ
ผู้ที่ตั้งอยู่ในภัย เป็นผู้นำหน้าของผู้ต้องการความพ้น